ดูให้หายคิดถึง…2 ภาพยนตร์ดิจิทัลเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยธีร์ นันทวริศ

ระยะเวลา 3 ปี 9 เดือนกับการทุ่มเททำภาพยนตร์ดิจิทัลเรื่อง “พระผู้เป็นที่รัก” อย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร คงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วว่าคุณธีร์ นันทวริศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ธรี ดี แลนด์ จำกัด สถาปนิกหนุ่มไฟแรงผู้หลงใหลศิลปะยุคดิจิทัล ที่ควบตำแหน่งดิจิทัลอาร์ทิสต์และผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาชื่อดัง เคารพรักและเทิดทูนพระองค์จากก้นบึ้งหัวใจของเขาเพียงใด จากแรกเริ่มที่ต้องการให้ภาพยนตร์ดิจิทัลเรื่องนี้ทำให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงแย้มพระสรวลได้ แต่การเสด็จสวรรคตของพระองค์เมื่อปีที่ผ่านมา นำไปสู่การเพิ่มเติมเนื้อหาสุดซาบซึ้ง เต็มไปด้วยนัยยะแห่งความหมาย สะท้อนเรื่องราวของพระองค์ผ่านลวดลายไทย ที่ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบศิลปะดิจิทัลให้น่าสนใจและดึงดูดความสนใจของผู้คนในระดับสากล หากแต่ในความงดงาม อ่อนช้อย และอลังการของลวดลายไทยนั้น เขาได้สื่อเนื้อหาสำคัญที่ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นความงดงามอันล้ำค่าแห่งยุครัตนโกสินทร์ ทรงทำให้ยุครัตนโกสินทร์เบ่งบานอยู่บนธาราทองแห่งพระเมตตาของพระองค์ นับเป็นภาพยนตร์ดิจิทัลที่ครบเครื่องทั้งในแง่ความงามและเนื้อหาสุดซาบซึ้งที่อาจทำให้คุณน้ำตารื้น หลังจากผลงานภาพยนตร์ดิจิทัล “พระผู้เป็นที่รัก” คุณธีร์จึงเดินหน้าทำภาพยนตร์ดิจิทัลเรื่อง “ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย” เพื่อนำเสนอเรื่องราวของพระเมรุมาศต่อทันที เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

 

แรงบันดาลใจของภาพยนตร์ดิจิทัล “พระผู้เป็นที่รัก” 

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อราว 4 ปีที่แล้ว ผมเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระประชวร พระวรกายไม่ค่อยแข็งแรง ผมเองก็รักพระองค์เหมือนกับคนไทยทุกๆ คน จึงรู้สึกว่าอยากทำอะไรเพื่อให้พระองค์ทรงแย้มพระสรวลเมื่อได้ทอดพระเนตร เราคิดอยู่แค่นั้นจริงๆ นั่นคือเป้าหมายสำคัญ สิ่งที่ผมถนัดและหลงใหลคือการทำภาพยนตร์ดิจิทัล ผมจึงเกิดไอเดียว่าอยากทำภาพยนตร์ดิจิทัลเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ด้วยความสามารถและงบประมาณที่มี โดยก็ไม่ได้คาดหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้แสดงที่ไหนหรืออะไร ผมรู้แต่ว่าผมต้องทำเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ และทุ่มเทพลังกายพลังใจทั้งหมดที่มีเพื่องานชิ้นนี้ อันที่จริงงานศิลปะที่เทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ งานจิตรกรรม งานประติมากรรม ฯลฯ แต่ยังไม่มีใครทำงานศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลที่เล่าเรื่องราวเทิดทูนพระองค์มาก่อน ผมจึงต้องการนำเสนอภาพยนตร์ดิจิทัลที่เปรียบเสมือนพู่กันบนโลกไซเบอร์ในสื่อยุคใหม่ เพื่อดึงดูดเด็กรุ่นใหม่รวมถึงผู้คนทั่วโลกให้สนใจและหันมาเรียนรู้เรื่องราวของพระองค์ เมื่อเขาได้เห็นแล้ว อาจจะไปหาข้อมูลเกี่ยวกับพระองค์เพิ่มเติมจากสื่ออื่นๆ ต่อไปได้ ถ้าผู้คนมองหาศิลปะของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมก็อยากให้มีคำว่าศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

ในหลวงรัชกาลที่ 9 อัญมณีล้ำค่าแห่งยุครัตนโกสินทร์

ผมต้องการให้ข้อความที่สื่อเป็นสากล เป็นภาษาที่ไม่ต้องใช้คำบรรยาย เมื่อทุกคนเห็นแล้วก็จะเข้าใจในสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย เนื้อหาหลักคือการที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เปรียบดั่งอัญมณีล้ำค่าแห่งรัตนโกสินทร์ พระองค์ทรงงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า พสกนิกรอยู่ดีกินดีและมีความผาสุก ทั้งหมดสะท้อนผ่านพระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ในเรื่องมีปลาขนาดใหญ่ที่มีเกล็ดสวยงามตัวหนึ่งที่พระองค์ทอดพระเนตรเห็น ผมเปรียบปลาตัวนี้เป็นคนไทยทั้งปวง ซึ่งการที่ปลาตัวนี้สามารถแหวกว่ายอยู่ในธาราแห่งโลกาภิวัฒน์ได้อย่างมีความสุข นั่นก็เพราะพระเมตตาของพระองค์นั่นเอง

เนื้อเรื่องยังพูดถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนไม่คาดคิด เสมือนพระองค์ทรงผินพระพักตร์มามองคนไทยเป็นครั้งสุดท้าย ทุกคนต่างออกมาแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้ายที่ท้องสนามหลวง ภาพนั้นในภาพยนตร์ทำให้ผมนึกถึงพระราชดำรัสของพระองค์ว่า “ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง” รวมทั้งพระราชดำรัสที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งพระองค์ตรัสไว้เมื่อคราวเสด็จขึ้นครองราชย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ตลอด 70 ปีที่ครองราชย์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระองค์ได้อย่างที่ตรัสไว้ทุกประการ พระองค์คือแก่นแห่งรัตนโกสินทร์อย่างแท้จริง และจะทรงเป็นพระผู้เป็นที่รักในความทรงจำของปวงชนชาวไทยตลอดไป

ลายไทยในรูปแบบ 3 มิติ ความภาคภูมิใจของคนไทยที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้

ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ดิจิทัลในแบบฉบับของไทย ผมจึงนำเสนอเรื่องราวให้คนทั้งโลกได้รับรู้ผ่านลายไทยที่มีความโดดเด่นและอ่อนช้อยในรูปแบบของตัวเอง แต่ครั้งนี้เป็นการนำเสนอลายไทยในแบบ 3 มิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก เราเน้นใช้สีทอง เปรียบพระองค์เป็นดั่งทองคำอันล้ำค่า ลวดลายไทยที่ผมสร้างสรรค์ขึ้นล้วนมาจากพื้นฐานของลายไทยในรูปแบบต่างๆ ซึ่งโดยปกติลายไทยมีรายละเอียดเยอะอยู่แล้ว เมื่อนำมาทำเป็นแพทเทิร์น 3 มิติ รายละเอียดต่างๆ อาจจะดูเยอะเกินไป เราจึงต้องลดทอนลงและสร้างมิติการแบ่งลายไทยให้ดูลุ่มลึกขึ้น ผมออกแบบลวดลายให้มีลีลาการเคลื่อนไหวที่พิเศษ อยากให้ผู้ชมได้เห็นความเคลื่อนไหวอันแช่มช้อยเพื่อช่วยปลุกจินตนาการของพวกเขา ลายไทยคือแฟนตาซีในสมองที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นความภูมิใจที่ชาวต่างชาติไม่สามารถเลียนแบบได้ ส่วนสถานที่สำคัญที่ปรากฏในภาพยนตร์ “พระผู้เป็นที่รัก” อย่างเช่น วัดบวรนิเวศราชวรวิหารและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผมกับทีมงานก็ต้องไปถ่ายรูปเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ใช้กล้องที่ดีที่สุดเท่าที่เราหาได้ เพื่อนำมาปั้นภาพ 3 มิติที่ถูกต้องและเหมือนจริงที่สุด นอกจากนี้ยังมีงานอีกหลายชิ้นที่เราต้องปั้นเป็น 3 มิติขึ้นมาเอง เช่น หยาดพระเสโท พระพักตร์ ปลาตะพัดเขียว ฯลฯ ซึ่งปลานั้น ผมใช้โปรแกรมพิเศษปั้นลวดลายขึ้นมา แล้วให้ทีมงานมาช่วยลงสีลำตัวให้อีกที

ภาพยนตร์ดิจิทัลเรื่อง “พระผู้เป็นที่รัก” ยังล้ำค่ายิ่งขึ้น เมื่อคุณธีร์ได้นำผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของศิลปินเอกแห่งรัชกาลที่ 9 มานำเสนอในภาพยนตร์ด้วย ทั้งผลงานของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต, อาจารย์วัชระ ประยูรคำ, อาจารย์อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, อาจารย์พลุตม์ มารอด และคุณชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ทุกผลงานล้วนสวยงามและทรงคุณค่าในแบบฉบับของศิลปิน “เมื่อศิลปินทุกท่านทราบว่าผมกำลังทำโครงการนี้และต้องการขออนุญาตนำผลงานของพวกเขามาใช้ในงาน ทุกท่านให้ความอนุเคราะห์ผมด้วยความเต็มใจ เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เราทำคือการนำเสนอพระเมตตาของพระองค์ เป็นการรวมใจของศิลปินที่ผมสามารถทำได้โดยง่าย”

“พระผู้เป็นที่รักยิ่ง” ถึง “ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย”

ล่าสุดคุณธีร์ได้ทำภาพยนตร์ “ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย” ที่เล่าเรื่องราวของพระเมรุมาศ “ผมรู้สึกว่าต้องทำภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อ ผมอยากทำภาพยนตร์เทิดพระเกียรติและส่งดวงพระวิญญาณของพระองค์ และพระเมรุมาศก็เปรียบได้กับการส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้หลอมรวมจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ของผู้ออกแบบ ศิลปิน ช่าง และจิตอาสามากมายเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว ความยากอยู่ที่การค้นหาข้อมูลและการนำเสนอความหมายของพระเมรุมาศให้ชาวต่างชาติเข้าใจ และเมื่ออาจารย์ก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรมผู้ออกแบบพระเมรุมาศเห็นความตั้งใจของผม ท่านก็บอกเล่าข้อมูลทุกอย่างให้ผมได้ฟังเพื่อนำไปเขียนเรื่องราวขึ้นมา ท่านเป็นองค์ความรู้ใหญ่และเหมือนเป็นที่ปรึกษาของผมเลยล่ะครับ

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้เป็นที่รัก และความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานทั้ง 2 โปรเจ็กต์

ผมรู้สึกว่าพระองค์ทรงเป็นเหมือนเทพ และทรงทำงานอย่างหนักตลอดพระชนม์ชีพเพื่อชาวไทยทั้งปวง แล้วเราจะไม่รักพระองค์ได้อย่างไร สำหรับความมหัศจรรย์ที่เกิดจากการทำภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องนี้ ผมรู้สึกว่ามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงให้ผมได้ร่วมงานและรู้จักศิลปินท่านต่างๆ โดยเฉพาะโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ดิจิทัลที่เกี่ยวกับพระเมรุมาศ ซึ่งผมรู้สึกว่าต้องทำ ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีใครอนุญาตให้เราทำ เพราะมันยากที่จะขอข้อมูล แต่โชคดีว่าวันแรกที่ผมเข้าไปที่พระเมรุมาศในท้องสนามหลวง มีพี่คนหนึ่งชื่อพี่ยงยุทธ หลักทรัพย์ คณะทำงานโครงการองค์ความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมในพระเมรุมาศ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มารับ ซึ่งพี่คนนี้ทำให้ผมมีโอกาสได้พบอาจารย์ก่อเกียรติ ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ ท่านบอกว่าคุณทำงานการกุศล เราหัวใจเดียวกัน มาทำหัวใจให้เป็นดั่งทองคำเหมือนพระองค์กันเถอะ ผมจึงมีโอกาสได้เข้าไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพระเมรุมาศ ขอคำปรึกษาและคำแนะนำจากอาจารย์ก่อเกียรติบ่อยๆ ภาพยนตร์ดิจิทัลทั้ง 2 เรื่องจึงนับว่าเป็นคุณค่าของชีวิตผม สิ่งสำคัญคือผมได้ทำอะไรเพื่อพระองค์ และผมเชื่อว่าพระองค์คงได้ทอดพระเนตรสิ่งที่ผมทำแล้วครับ

สืบสานเรื่องราวของพ่อในอนาคต

ผมคิดว่าสิ่งที่ผมพอจะทำได้คือเรื่องของวัฒนธรรม โดยเฉพาะการสืบสานอารยะของเราคนไทยในโลกไซเบอร์ต่อไป ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้ผลงานของทุกชิ้นที่ทำจะสื่อถึงเรื่องนี้ไปตลอด และหลังจากนี้ผมก็จะแสดงการรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการสร้างงานศิลปะขึ้นมาทุกปีเท่าที่ผมจะทำได้

คุณธีร์ นันทวริศ ผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์ดิจิตัลทั้ง 2 เรื่อง เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9


✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

Comments

comments