6 เหตุผลที่ทำให้มารีญา พูลเลิศลาภ คือผู้หญิงที่น่าหลงรัก #มงไม่ลงไม่เป็นไรเพราะได้ใจคนไทยทั้งประเทศ

รูดม่านปิดกันไปแล้วสำหรับการประกวดเวทีนางงามระดับโลก Miss Universe ที่ครั้งนี้มงไปลงที่เดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์ส (Demi-Leigh Nel-Peters) สาวงามจากแอฟริกาใต้ แต่อย่างไรก็แล้วมารีญา พูนเลิศลาภ Miss Universe Thailand ของเราก็สวยครบ สวยพร้อม สวยทุกมิติอย่างไม่อายใคร แถมยังเข้ารอบติดTop 5 ของการประกวดครั้งนี้อีกด้วย

OK! สรุปบทสัมภาษณ์ฉบับสั้นๆ ที่เคยสัมภาษณ์เธอก่อนที่จะเดินทางไปลาสเวกัส เพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญท่ามกลางกำลังใจของคนไทยทั้งประเทศมาฝากกัน

ลองมาดูว่าเพราะอะไรเราต้องหลงรักมารีญา สาวไทยแสนน่ารักคนนี้

1.มารีญาคือผู้หญิงที่เปิดรับกับการเรียนรู้

ในขณะที่เรามองว่ามารีญาคือผู้หญิงที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติของความเป็นนางงาม แต่มารีญากลับคิดว่าเธอยังต้องเรียนรู้และฝึกฝนอยู่ตลอด “คิดว่าเราสามารถปรับปรุงตัวเองได้ตลอดเวลา สามารถเรียนรู้อะไรได้ทุกวัน อยากจะฝึกทุกอย่างไปเรื่อยๆ”

2.ไม่เคยกังวลเรื่องคำวิจารณ์

แน่นอนว่าเวทีนี้เป็นเวทีที่มีการวิจารณ์กันอย่างรุนแรง เราเคยถามเธอถึงเรื่องนี้เหมือนกัน สาวงามของเรายิ้มอ่อนๆ ก่อนจะตอบกลับมาว่า “เพราะว่าทุกคนก็มีหลายมุมมอง ถ้ามัวแต่กลัวคนอื่น ชีวิตเราก็จะไม่ไปไหนเลย เราต้องทำสิ่งที่ตัวเองมั่นใจ ทำสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่าใช่ ถ้ารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องก็ทำไปเลย ไม่ต้องกลัวอะไรค่ะ”

3.อ่อนน้อม ถ่อมตน รู้จักกาลเทศะ

เห็นเป็นสาวลูกครึ่งอย่างนี้ แต่มารีญาได้รับการเลี้ยงมาด้วยวัฒนธรรมและประเพณีไทย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวสวยคนนี้จึงมีกิริยา วาจา และความชื่นชอบ แบบคนไทยร้อยเปอร์เซนต์ “ครอบครัวเลี้ยงมารีญามาด้วยวัฒนธรรมแบบไทยๆ  เราเคารพผู้ใหญ่ การไหว้เรียกว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นการแสดงความเคารพและสามารถทลายกำแพงความรู้สึกของคนที่เราเพิ่งเจอได้ด้วย มารีญาสวดมนต์ด้วยเพราะเราเป็นชาวพุทธคนหนึ่ง และถือศีลด้วยนะคะ โกหกไม่ได้ (หัวเราะ) นอกจากนี้มารีญาก็รำไทยได้เหมือนกัน ตอนที่คุณพ่อซึ่งเป็นวิศวกรไปดูแลการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ประเทศเวียดนาม ก็เคยมีโอกาสไปรำที่สถานทูตไทยประจำประเทศเวียดนามตอนเปิดงานทุกปีและยังสอนเพื่อนๆ รำด้วย ตอนนั้นรำเซิ้งกระติ๊บกับรำอธิษฐาน นอกจากนี้ยังชอบเพลงไทยที่รักมากเพลงหนึ่งคือ “บัวขาว” เพราะตอนเด็กๆ คุณแม่ชอบร้องเพลงนี้กล่อมมารีญาก่อนนอนทุกคืนค่ะ”

4.ชีวิต 13 ปีกับวงการนางแบบคือแหล่งประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่

มารีญาเล่าว่าช่วงเวลาที่ทำงานในวงการนางแบบทำให้เธอเรียนรู้หลายอย่างและเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการทำงานร่วมกับผู้อื่น “เพราะทุกๆ วันเราต้องพบเจอคนที่แตกต่างกัน ทำให้เรารู้จักช่วยเหลือคนอื่น วงการนางแบบช่วยฝึกมารีญาให้เป็นคนที่กล้าขึ้น เพราะตัวจริงเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยอยากแสดงความรู้สึกออกมา แต่พอเข้ามาทำงานในวงการนี้  ทำให้ต้องฝึกตัวเองให้กล้าแสดงออก ต้องไม่อาย ต้องเข้ากับคนอื่นให้ได้ พอมาประกวดตรงนี้ก็ต้องมีเรื่องที่ต้องปรับบ้าง เช่น การเดินบนเวทีต้องปรับใหม่ ถ้าเป็นนางแบบ หน้าที่ของเราคือต้องพรีเซนต์เสื้อผ้า แต่บนเวทีนางงาม เราต้องพรีเซนต์ตัวเอง ต้องสื่อให้โลกเห็นว่าเราเป็นคนยังไง เราคือใคร เรามีความเชื่อในด้านไหนบ้าง”

5.เวทีนางงามคือกระบอกเสียงสำคัญที่จะช่วยให้สังคมดีขึ้นได้

ตอนจบปริญาโท มารีญามีโอกาสทำงานในบริษัท แต่พบว่าสิ่งที่ทำกลับไม่เติมเต็มความรู้สึกของเราเลย จนมาวันหนึ่งได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ในนั้นมีประโยคที่กระแทกใจเราอย่างแรงว่า  Who Are We? เราคือใคร เราอยู่ในโลกนี้เพื่ออะไร ทำให้มารีญาคิดหนัก และรู้สึกว่าอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะสอนภาษาอังกฤษหรือแค่เก็บขยะ ความจริงแล้วเราสามารถทำได้มากกว่านี้ ถ้ามาเป็นนางงามก็จะใช้เวทีนี้เป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือคนได้เยอะ คนก็จะฟังเราเยอะขึ้น จะช่วยประเทศเราได้ เพราะในที่สุดแล้วมารีญาก็จะเปิดโครงการที่นี่ค่ะ โครงการที่ว่าคือโครงการป้องกันผู้หญิงตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และอีกเรื่องคือเรื่องขยะ โครงการแรกเป็นเรื่องที่ตั้งใจมาก เพราะว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ ประเทศไทยมีสถิติเรื่องนี้สูงมาก นี่คือปัญหาสังคม ที่มาของปัญหาเกิดจากการที่เด็กๆ ไม่กล้าถามผู้ใหญ่ ไม่กล้าคุย แล้วเมื่อเขามีลูกในเวลาที่เขาไม่พร้อม ก็จะมีปัญหาอื่นๆ ตามมา การที่เด็กจะเลี้ยงเด็กเป็นเรื่องยากนะคะ เพราะคนเป็นแม่เองก็อาจจะประสบการณ์ยังไม่มากพอ ส่วนตัวเขาก็ยังเสียโอกาสอื่นๆ อีกเยอะเช่น อาจจะเรียนต่อไม่ได้ ส่วนเรื่องขยะ มารีญารู้มาว่าในเมืองไทยยังมีการจัดการเรื่องนี้ไม่เต็มที่ ซึ่งความจริงมีหลายวิธีที่สามารถเปลี่ยนได้ ตอนนี้มารีญากำลังทำรีเสิร์ชอยู่ว่าแทนที่จะเผาหรือฝังดิน เราสามารถใช้ worm คือใช้หนอนเปิดเป็นฟาร์มมาช่วยในการย่อยสลาย เปลี่ยนจากขยะมาเป็นปุ๋ยได้ ใช้คนในการดูแลไม่เยอะด้วย ประมาณ  3-5 คนเอง ถ้าทำตรงนี้ได้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องขยะได้เยอะมาก เป็นอีกโครงการที่กำลังดูอยู่ ก็คงต้องทำรีเสิร์ชอีกเยอะเลยค่ะ

เรื่องการช่วยเหลือสังคม มารีญาถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่พามารีญาไปทำกิจกรรมที่มูลนิธิดวงประทีปตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ทำให้เห็นมาตลอดว่ามีเด็กหลายคนบนโลกถูกทอดทิ้ง สาเหตุหนึ่งที่เกิดปัญหานี้ก็มาจากการที่คุณแม่ยังไม่พร้อมที่จะมีลูก ซึ่งความจริงแล้วเป็นเรื่องที่เราสามารถป้องกันได้ ถ้าเป็นเรื่องรณรงค์การย่อยสลายขยะ มาจากการที่มารีญาชอบทำให้ทุกอย่างรอบตัวเราสะอาด สวยงาม มาตั้งแต่เด็ก แล้วตอนไปเรียนที่สวีเดนก็ได้เห็นว่าเขาจัดการเรื่องขยะได้เป็นระเบียบและสะอาดมาก อีกทั้งขยะยังสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ก็เลยสนใจเรื่องนี้ด้วย

6.Just Do It คติในการใช้ชีวิตของมารีญา

Just Do It และสิ่งที่แม่สอนมารีญามาตลอดชีวิตคือคิดดี ทำดี พูดดี ถ้าเราทำสามอย่างนี้ได้ สิ่งรอบข้างก็จะดี เหมือนถ้าเรามีพลังงานบวก ทุกอย่างก็จะเป็นบวกไปด้วยค่ะ

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand

Comments

comments