อาร์ม’ จัดกิจกรรมวันเกิด ‘กรกันต์…กอดกัน Open Arm Charity’ ร่วมสบทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์โรงพยาบาลศิริราช

ใกล้วันเกิดครบรอบ 29 ปี อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ เลยได้ฤกษ์ดีทำดีตามรอย ‘พ่อ’  ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยแท็กทีมแฟนคลับร่วมกันจัดกิจกรรม ‘กรกันต์…กอดกัน Open Arm Charity’ ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันก่อน เพื่อร่วมสมทบทุนเยียวยาผู้เจ็บป่วย ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปร่วมซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ โรงพยาบาลศิริราช งานนี้นอกจากชาว FC อาร์ม สาวกคนรัก ‘หน้ากากระฆัง’ จะได้ฟังเพลงซึ้งๆ จากเจ้าของวันเกิด ยังได้เห็นช็อตประทับใจ ความรักความอบอุ่นที่ครอบครัวสุทธิโกเศศมีให้กันและกัน ก่อนจะถึงช่วงไฮไลท์เด็ดประมูลของรักของหวง ซึ่งหลังจากจบงาน สรุปยอดบริจาคโดยหักค่าใช้จ่ายแล้วเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาทถ้วน

อาร์มเผยว่า “จุดเริ่มต้นมาจากการที่อาร์มได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลศิริราช ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลจะได้เห็นบรรยากาศที่มีผู้คนเจ็บป่วยมารอคิวตรวจ ซึ่งจำนวนคนที่มาหาหมอในแต่ละวันเยอะมากจนน่าตกใจ แต่บุคคลกรทางด้านนี้เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยแล้วถือว่าน้อยมากจริงๆ เพื่อนๆที่เป็นหมอหลายๆคนเล่าให้ฟังว่า แพทย์ 1 คน ต้องรักษาผู้ป่วยอย่างน้อยวันละ 300 คนขึ้นไป เครื่องมือทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอ ทำให้การรักษาล่าช้าและไม่ทั่วถึง อีกทั้งยังได้รู้ข้อมูลมาว่า หลายๆโรคหายไปจากแผ่นดินไทย อย่างโรคเรื้อน เมื่อ 60 ปีก่อน มีคนไทยเป็นโรคเรื้อน 140,000 คน แต่ปัจจุบันเหลือ 400 คน เป็นเพราะพระวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชการที่ 9 พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงเรื่องสาธารณสุขของคนไทย เป็นความรักที่ ‘พ่อ’ มีต่อลูกประชาชนคนไทยทุกคน วันนี้แม้พระองค์ท่านไม่อยู่กับเราแล้ว แต่ในฐานะ ‘ลูก’ คนหนึ่ง อาร์มอยากจะสานต่อทางด้านนี้ อาจจะไม่ได้มากมายยิ่งใหญ่อะไร เป็นแค่จุดเล็กๆส่วนหนึ่ง แต่ก็หวังว่าจะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย เลยใช้โอกาสในวันเกิดปีนี้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อร่วมสมทบทุน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปร่วมซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ โรงพยาบาลศิริราชครับ ต้องขอบคุณทุกแรงใจแรงกำลังรวมถึงแรงบริจาคที่ทำให้ได้ยอดบริจาคถึง 100,000 บาทเข้าโรงพยาบาลศิริราช ขอบคุณมากจริงๆครับ”

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

15 เซเลบใจบุญแห่งโลกฮอลลิวูด ผู้จัดตั้งมูลนิธิการกุศลของตัวเอง

เมื่อพูดถึงระดับรายได้ของเหล่าดาราฮอลลิวูด ถ้าจะเรียกว่า “ไม่ธรรมดา” คงดูธรรมดาไป เพราะเม็ดเงินรวมถึงชื่อเสียงที่เข้ามานั้น ล้วนมหาศาล และเพื่อเป็นการตอบแทนสังคม ดาราหลายๆ คนก็เลือกที่จะจัดตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลในการบริจาคเงินก้อนโตจากรายได้ของพวกเขา เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนสิ่งที่พวกเขาสนใจ เรามาดูกันดีว่าว่า 15 ดาราฮอลลิวูดที่เราหยิบยกมานี้ มีใครกันบ้าง…

source : tnoperador.tur.ar

1. JENNIFER LOPEZ
นักร้อง-นักแสดดงสายเลือดละติน ผู้ก่อตั้ง Lopez-Family Foundation ขึ้นมาร่วมกับลินดา น้องสาวของเธอ ในปี 2009 เพื่อมอบการดูทางด้านสาธารณะสุขให้แก่ผู้หญิงและเด็กๆ

source : people.com

2. EVA LONGORIA
ผู้ออกสตาร์ท Eva Longoria Foundation เพื่อสนับสนุนผู้ที่มีสายเลือดละตินเหมือนเธอผ่านการศึกษาและการเป็นผู้ประกอบการ รวมทั้งแก้ไขปัญหาควายากจนของชาวละตินด้วย

source : www.refinery29.com

3. BRAD PITT
Make It Right Foundation มูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไร ที่ก่อตั้งโดยแบรด พิตต์ เมื่อปี 2007 ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะสร้างบ้านให้แก่ชุมชนที่ขาดแคลนในหลายๆ รัฐ โดยเฉพาะครอบครัวที่ประสบภัยเฮอร์ริเคนแคทรินาในนิวออร์ลีนส์เมื่อหลายปีก่อน

source : www.hicpm5.com

4. LADY GAGA
ป๊อปสตาร์มากพรสวรรค์ ที่คุณแม่ของเธอก่อตั้ง Born This Way Foundation ขึ้นในปี 2011 เพื่อสนับสนุนการสร้างแรงบันดาลใจ และมอบพลังให้แก่คนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่ขึ้น

source : www.thedailyply.com

5. OPRAH WINFREY
พิธีกรรุ่นใหญ่ที่นอกจากจะบริจาคเงินเพื่อการกุศลบ่อยๆ แล้ว ยังทำมูลนิธิของตัวเองหลายมูลนิธิด้วยกัน เช่น Oprah Winfrey Foundation ที่เธอจัดตั้งขึ้นเพื่อดูและและมอบการสนับสนุนให้แก่ Leadership Academy for Girls โรงแรียนในแอฟริกา

source : www.elmawke3.com

6. KATHERINE HEIGL
นักแสดงสาวจากหนักรักคอเมดี้ 27 Dresses และคุณแม่ของเธอร่วมกันก่อตั้ง Jason Debus Heigl Foubdation ในนามของพี่ชาย ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 1986 เพื่อยุติความโหดร้ายต่อสัตว์ ซึ่งสาเหตุที่ใช้ชื่อของพี่ชายก็เพราะเขาเป็นคนที่รักสัตว์มากนั่นเอง

source : lifeinsaudiarabia.net

7. LEONARDO DICAPRIO
พระเอกหนุ่มรักษ์โลก ผู้ทำมูลนิธิ Leonardo DiCaprio Foundation ตั้งแต่ 1998 เพื่อมุ่งเน้นการอนุรักษ์และช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องโลกร้อนที่เขาเน้นเป็นพิเศษ

source : mundotkm.com

8. BILL AND MELINDA GATES
สองสามีภรรยามหาเศรษฐีแห่งไมโครซอฟท์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ปรับปรุงบริการด้านสุขภาพ และลดความยากจนของผู้คนในสหรัฐและทั่วโลก รวมทั้งขยายโอกาสในการศึกษา และเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย

source : wallpaperscraft.com

10. SIR ELTON JOHN
ผู้เริ่มจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไร Elton John AIDS Foundation ตั้งแต่ปี 1992 ซึ่งจนถึงตอนนี้สามารถระดมทุนได้แล้วมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

source : www.lacasamorett.com

11. BONO
โบโน ร็อกสตาร์ใจบุญชาวไอริสแห่งวง U2 ได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไรหลายองค์กร รวมถึง ONE Campaign ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนโครงการต่อต้านความยากจนของผู้คนทั่วโลก

source : www.nopeporn.com

12. MICHAEL J.FOX
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ มีมูลนิธิ Michael J.Fox Foundation ซึ่งอุทิศให้แก่การค้นหาวิธีรักษาโรคพาร์กินสัน เนื่องจากเขาเริ่มมีอาการป่วยโรคนี้ ตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งมูลนิธินี้ ถือเป็นผู้มอบทุนให้กับการวิจัยเรื่องโรคพาร์กินสันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ผ่านมาได้มอบเงินทุนเพื่อการวิจัยมาแล้วกว่า 650 ล้านดอลลาร์

Credit: Photo by REX Shutterstock (twipost.com)

13. GEORGE LUCAS
ผู้กำกับเจ้าพ่อ Star Wars ผู้ก่อตั้ง Gerge Lucas Educationl Foundation เพื่อมอบการสนับสนุนทางการศึกษาให้แก่คนรุ่นใหม่ผ่านเว็บไซต์ edutopia.org

source : ftp.playbuzz.com

15. MATTHEW MCCONAUGHEY
แมทธิว และภรรยา คามิลา อัลเวส มีมูลนิธิ Just Keep Livin Foundation เพื่อบริจาคค่าเล่าเรียนให้แก่เด็กขาดแคลนทั่วแอลเอ เท็กซัส (รัฐที่เขาเติบโตมา) และอีกหลายๆ แห่งทั่วสหรัฐ รวมทั้งโครงการเพื่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กๆ ไฮสคูลอีกหลายโครงการ

source : www.thecelebritycastle.com

16. WILL AND JADA PINKETT SMITH
คู่รักเอลิสต์ของฮอลลิวูดที่บริจาคเงินที่ระดมทุนได้จาก Will and Jada Smith Family Foundation ของพวกเขา แก่มูลนิธิดังๆ หลายมูลินิธิบ่อยๆ เช่น Lupus Foundation of America และ Make-A-Wish Foundation ทั้งคู่อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตของโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น สนันบสนุนทั้ง เรื่องศิลปะ การศึกษา ความยั่งยืน และการเสริมสร้างพลังทางสังคม

Comments

comments

ซิ่งเต็มสปีดกับแอนเซล เอลกอร์ต ใน Baby Driver การแสดง ดนตรี และความรักสุดหวานของหนุ่มฮอต

แจ้งเกิดจากบทหนุ่มที่เรียกเสียงกรี๊ดในหนังทีนดราม่าสุดซึ้ง The Fault in Our Stars เคียงคู่กับนักแสดงสาวเชย์ลีน วูดลีย์ จนขึ้นแท่นนักแสดงหนุ่มมาแรง รวมทั้งยังร่วมงานกับเชย์ลีนในหนังภาคต่อ The Divergent Series ด้วย ล่าสุดแอนเซล เอลกอร์ต นักแสดงหนุ่มชาวอเมริกันคัมแบ็กจอเงินกับบทนำในหนังแอ็กชั่นทริลเลอร์ชวนติดตาม Baby Driver ผลงานการกำกับของเอ็ดการ์ ไรต์ ใน Baby Driver

แอนเซลรับบทเด็กหนุ่มชื่อว่าเบบี้ ผู้มีหน้าที่ขับรถหนีให้กับแก๊งอาชญากร ความพิเศษของหนุ่มคนนี้คือเขาจะต้องฟังเพลงที่จัดสรรมาโดยเฉพาะอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นตัวช่วยในการรักษาโรคหูอื้อที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก ในเรื่องนี้เบบี้จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการปล้นครั้งสุดท้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่เขาก็กำลังวางแผนเพื่อจะหยุดชีวิตอาชญากรรมไปพร้อมกับเดบอร์รา รับบทโดยลิลี่ เจมส์ นักแสดงสาวชาวอังกฤษที่เคยรับบทนางเอกในหนัง Cinderella ส่วนเพลงในหนัง Baby Driver ก็มีเพียบ ทั้งจาก Simon & Garfunkel, The Beach Boys, แบร์รี่ ไวต์, Blur, เบค, ที.เร็กซ์, สกาย เฟอร์เรรา ฯลฯ

จะว่าไปบทหนังที่มีเพลงมาเกี่ยวข้องแบบบทเบบี้ก็เหมาะกับแอนเซลดี เพราะนอกจากจะเป็นนักแสดงแล้ว เขายังเป็นนักร้องและดีเจด้วย โดยใช้ชื่อว่าดีเจแอนโซโล ดนตรีเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หนุ่มวัย 23 ปีหลงรัก โดยเฉพาะแนวอีดีเอ็ม อีกทั้งเขายังเป็นเพื่อนกับวง The Chainsmokers คู่หูดีเจชาวอเมริกัน (เจ้าของเพลงดังอย่าง “Roses”, “Don’t’ Let Me Down”, “Closer”, “Paris” ฯลฯ) รวมทั้งนิคกี้ โรเมโร และมาร์ติน แกร์ริกซ์ สองดีเจชาวดัตช์ด้วย หลายครั้งเราจึงมีโอกาสเห็นแอนเซลไปเล่นที่มิวสิกเฟสติวัลต่างๆ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็นนักร้อง โดยปล่อยเพลงออกมาแล้ว 2 เพลงคือ “Home Alone” และ “Thief”

ส่วนโปรไฟล์ครอบครัวของแอนเซลก็ไม่ธรรมดา เขาเติบโตในนิวยอร์ก โดยอาร์เธอร์ เอลกอร์ต คุณพ่อของเขาเป็นช่างภาพถ่ายแฟชั่นให้นิตยสารแฟชั่นชื่อดังอย่าง Vogue  มากว่า 30 ปี ส่วนเกรธ บาร์เรตต์ ฮอลบี้ คุณแม่ก็เป็นถึงผู้กำกับละครเวที เขาจึงเติบโตมาท่ามกลางศิลปะแขนงต่างๆ ทั้งการแสดง แฟชั่น และศิลปะด้านอื่นๆ

แม้จะดูเป็นหนุ่มหล่อสุดป๊อปเบอร์นี้ แต่เท่าที่เรารู้ แอนเซลเดตกับไวโอเลตตา โคมีชาน แฟนสาวคนปัจจุบันมาตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูลในปี 2012 และแม้จะเลิกกันไปแป๊บหนึ่งในเดือนสิงหาคม ปี 2014 ด้วยเหตุผลที่ว่าตารางงานของแอนเซลอัดแน่นเกินไป ไม่มีเวลาให้กัน แต่ทั้งคู่พักเบรกหัวใจได้แป๊บเดียว ก็กลับมารักกันอีกรอบในเดือนมกราคม ปี 2015 ทุกวันนี้แอนเซลกับไวโอเลตตาเลิฟกันอย่างหวานเลยล่ะ และฝ่ายสาวยังเคยไปเล่นมิวสิกวิดีโอเพลง “Thief” ของแอนเซลด้วย

บทเบบี้ที่คุณได้รับเป็นคนแบบไหน

ผมมองว่าเบบี้เป็นคนอ่อนต่อโลก ลึกๆ แล้วเขาเด็กกว่าอายุจริงและเป็นคนที่มีหลายมุม เขารักเสียงดนตรี รู้สึกผ่อนคลายเวลาได้ฟังเพลง เป็นคนขี้เล่น แต่ถ้าอยู่ในแก๊งอาชญากรเขาจะป้องกันตัวเองและพยายามทำตัวลึกลับ เขาเป็นคนเข้มแข็งที่พูดจาอ่อนโยน ใส่แว่นกันแดดตลอดเวลาแต่ไม่ค่อยพูดอะไร และก็จะมีบางโมเมนต์ที่เขาเดินไปไหนมาไหนในเมืองคนเดียวได้ราวกับไม่มีตัวตน แต่เราก็รู้สึกไร้ตัวตนได้ล่ะเนอะถ้าต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนแปลกหน้าน่ะ

เดี๋ยวนี้คุณไปไหนมาไหนได้สบายๆ โดยที่ไม่มีแฟนๆ ตามติดหรือสังเกตเห็นบ้างไหม

ผมยังเดินไปไหนมาไหนในนิวยอร์กได้ตลอดเวลาเหมือนเดิมนะ ถ้าอยู่นิวยอร์กผมไม่ได้ขับรถหรอก ส่วนใหญ่จะนั่งรถไฟใต้ดินหรือไม่ก็ใช้บริการอูเบอร์เอ็กซ์มากกว่า ผมไม่ใช่คนที่ต้องมีคนขับรถให้หรือมีบอดี้การ์ดตามติด นั่นฟังดูเป็นไลฟ์สไตล์ที่น่าสงสารมากเลย แต่ปกติเวลาผมไปไหนมาไหน ด้วยความที่ผมเป็นคนที่เดินค่อนข้างเร็ว คนเลยตามผมไม่ค่อยทันล่ะมั้ง ถ้าเขาสังเกตเห็นผม ส่วนใหญ่ก็จะเห็นแค่แวบๆ สงสัยว่าคนนั้นเป็นใคร หน้าคุ้นจัง แต่สงสัยได้แป๊บเดียว ผมก็เดินไปไกลแล้วล่ะ (หัวเราะ)

ทำไมคุณถึงอยากเล่นหนัง Baby Driver

ผมรู้สึกว่าผมต้องเล่นหนังเรื่องนี้ให้ได้ เพราะบทมันเยี่ยมมาก ขนาดแค่อ่านบท ผมยังรู้สึกว่าหนังต้องสนุกมากแน่ๆ เอ็ดการ์เขียนบทหนังเรื่องนี้พร้อมๆ กับมีเสียงเพลงประกอบไปด้วย บทที่ผมได้มาอยู่ในไอแพด ซึ่งในไอแพ็ดจะมีแอพฯ พิเศษให้เรา  ผมสามารถกดปุ่มด้านบนของหน้าจอได้ เปิดไปอ่านบทหน้าไหน พอกดปุ่มปุ๊บ เพลงที่เหมาะกับฉากนั้นๆ ที่เราอ่านอยู่ก็จะดังขึ้นมาเลยล่ะ

หนังพูดถึงการขับรถ เพราะฉะนั้นย่อมมีซีนขับรถไล่ล่ากัน คุณเล่นฉากขับรถเองทุกฉากไหม

ผมพยายามเล่นเองให้มากที่สุดและเท่าที่ทีมงานจะอนุญาตนะ ก่อนหน้านี้ ผมต้องฝึกเยอะมาก เราเทรนกับทีมสตันต์ราว 10 ครั้งได้ ซึ่งพวกเขาเก่งมากๆ เลย ในทางทฤษฎี ผมสามารถเข้าฉากขับรถ ฉากบู๊ ได้ทุกฉากนั่นล่ะครับ แต่สุดท้ายแล้วทีมงานให้ผมเล่นไม่กี่ฉากเอง คงเพราะไม่อยากให้ผมทำให้นักแสดงนำคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บล่ะมั้ง (หัวเราะ)

เมื่อเพลงเป็นองค์ประกอบหลักของ Baby Driver ตอนถ่ายทำแต่ละฉาก เอ็ดการ์ได้เปิดเพลงที่เหมาะกับฉากนั้นๆ ด้วยหรือเปล่า

เปิดตลอดเลยล่ะครับ การเปิดเพลงสำคัญมากๆ เลย ถ้าได้ดูหนัง คุณจะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนไหวไปตามเสียงเพลง ไม่ใช่แค่หนังเวอร์ชั่นที่ตัดต่อเสร็จเรียบร้อยเท่านั้นนะ ตอนถ่ายทำแต่ละวันเขาก็เปิดเพลงด้วยเหมือนกัน เรานักแสดงต้องเตรียมตัวกันนานหลายสัปดาห์กับโครีโอกราเฟอร์เพื่อดูว่าเราจะโยกย้ายหรือเคลื่อนไหวตัวเองอย่างไรให้เข้ากับเสียงเพลง เรามักเคลื่อนไหวไปตามจังหวะของดนตรีเสมอ

นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว คุณยังเป็นดีเจและนักร้องด้วย ระหว่างเล่นหนังกับทำเพลง คุณชอบอะไรมากกว่ากัน

สำหรับนักแสดงคนหนึ่ง ตอนอยู่ในกองถ่าย มันจะมีช่วงเวลาหลายๆ ช่วงที่ดีมากจริงๆ ซึ่งมันทำให้ผมระลึกได้ว่าเพราะอะไรการแสดงจึงเป็นสิ่งที่ผมหลงรักมาตั้งแต่เด็ก แต่มันก็มีบางช่วงนะที่เราต้องนั่งรออยู่ในรถเทรลเลอร์นาน 2 ชั่วโมงเพื่อรอคิวถ่ายฉากต่อไป นักแสดงบางคนอาจจะออกกำลังกาย ดูหนัง หรืออ่านหนังสือ แต่ผมมักจะทำเพลงในรถเทรลเลอร์นี่ล่ะ เพราะดนตรีเป็นสิ่งที่ผมสามารถครีเอตได้และผมจำเป็นต้องครีเอตตลอดเวลา ครั้งหนึ่งผมไปโปรโมตหนังที่แอลเอ 3 วันติดกัน ให้สัมภาษณ์สื่อตลอดทั้งวัน แต่หลังจากนั้น ผมจะเข้าไปทำเพลงในสตูดิโอตั้งแต่ 1 ทุ่มจนถึงตี 3 จากนั้นก็ตื่นนอนอีกทีตอน 7 โมงเช้า แล้วมาให้สัมภาษณ์สื่อต่อ สำหรับผมไม่ได้นอนไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ได้ครีเอตเพลงเนี่ยไม่ได้เลย

แสดงว่าดนตรีสำคัญสำหรับคุณมากเลยใช่ไหม

มากครับ ดนตรีสำคัญสำหรับชีวิตของผมมากๆ ผมเป็นคนที่มีเสียงดนตรีอยู่ในหัวตลอดเวลา ไม่ว่าตอนนั้นผมจะฟังเพลงอยู่หรือไม่ก็ตาม บางทีผมก็หลับไปทั้งๆ ที่มีเพลงอยู่ในหัว นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเหมาะกับบทเบบี้ใน Baby Driver ก็ได้นะ (หัวเราะ)

คุณมีวิธีเลือกหนังที่เล่นอย่างไร

ก่อนจะเล่นหนังสักเรื่อง หลักๆ ผมจะดูอยู่ 3 อย่าง คือบท ตัวละคร และผู้กำกับ อย่างอื่นนอกนั้นไม่สำคัญ ค่าตัวหรือต้นทุนอะไรต่างๆ ก็ไม่สำคัญสำหรับผมครับ

เล่าถึงนักแสดงรุ่นใหญ่ที่คุณได้ร่วมงานด้วยใน Baby Driver อย่างเควิน สเปซีย์ และเจมี่ ฟ็อกซ์ ให้ฟังหน่อยได้ไหม

ผมมักจะคุยเล่นๆ ขำๆ กับเควิน สเปซีย์ บ่อยๆ ส่วนเจมี่ ฟ็อกซ์ เป็นนักแสดงที่ใจดีที่สุดที่ผมเคยร่วมงานมาเลย เขาเคยให้ผมไปเล่นบาสเกตบอลที่สนามบาสฯ และทำเพลงที่สตูดิโอที่บ้านของเขาด้วยนะครับ ช่วงแรกๆ ที่เข้ากอง มันอารมณ์เหมือนว่าเราไปโรงเรียนวันแรกนั่นล่ะ ซึ่งเรามักจะนอยด์ๆ หน่อย เพราะไม่รู้จักใคร แล้วก็มักจะเจอเพื่อนสักคนที่เดินเข้ามาทักและพูดว่า “อย่าตื่นเต้นไปเลย เรามาเป็นเพื่อนกันนะ” เจมี่ ฟ็อกซ์ เขาเป็นแบบนั้นเลยล่ะครับ

หนังเรื่องนี้มีเพลงมาเป็นส่วนประกอบเยอะมากทีเดียว ในฐานะที่คุณชอบฟังเพลงและก็เป็นดีเจด้วย ช่วยแนะนำเพลงที่เราควรฟังตอนไปเที่ยวโรดทริปกับเพื่อนซี้ และเพลงที่เหมาะฟังตอนเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวให้หน่อยสิ

เพื่อนผมหลายคนชอบฟังเพลงแทร็ป แต่ส่วนตัวผมชอบฟังเพลงของเดรคนะ อาจจะฟังดูแปลกนิดหนึ่งที่ฟังเพลงของเดรคกับเพื่อนๆ ตอนไปโรดทริปกัน แต่จริงๆ แล้วไม่แปลกหรอก ผมคอนเฟิร์มได้ สำหรับคนที่เดินทางคนเดียว แนะนำให้ลองฟังเพลงของ The Notorious B.I.G. แร็ปเปอร์ชาวนิวยอร์กเกอร์หรือที่เรียกย่อๆ ว่าบิกกี้ โดยเฉพาะเพลง “Going Back to Cali” ถ้าคุณฟังตอนเดินทางจากนิวยอร์กซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกมายังแอลเอซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตก มันก็ได้ฟีลดีนะ

ทราบว่าคุณกับไวโอเลตตา แฟนสาวรักกันมาตั้งแต่สมัยไฮสคูลแล้วใช่ไหม เล่าถึงช่วงแรกๆ ที่เจอเธอให้ฟังหน่อยได้ไหม

ใช่แล้ว เราคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ตอนนั้นผมเห็นเธอเดินอยู่บนถนน แล้วรู้สึกว่า “โอ้โห ผู้หญิงคนนั้นดูฮอตจังเลย” (หัวเราะ) ตอนนั้นผมอายุ 17 ปี ส่วนเธออายุ 15 ปี แต่ใช้เวลานานเลย ประมาณปีครึ่งกว่าเธอจะตกลงไปออกเดตกับผม แต่ถึงตอนนี้เราก็เดตกันมาหลายปีแล้วล่ะครับ (ยิ้ม) ส่วนตัวผมชอบความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเพื่อนหรือคนรักนะ คุณแม่ผมก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน และแม่มักบอกผมเสมอว่า “อย่ายุ่งกับความรักถ้าลูกไม่ได้รู้สึกชอบใครจริงๆ”

[Photo Credit: Instagram/ ansel]

Comments

comments

13 โมเมนต์ล่ำๆ “แซค เอฟรอน” กับความเซ็กซี่แบบเปิดอก!!

ถูกใจกันทั้งสาวแท้ สาวเทียม หรือกระทั่งเพศเดียวกันเลยทีเดียว สำหรับเสน่ห์เกิดห้ามใจจากมัดกกล้ามท้องแน่นๆ ของหนุ่ม “แซค แอฟรอน” ใครไม่มีอะไรทำ เราขอชวนดู 13 โมเมนต์ล่ำๆ แบบเมินเสื้อของหนุ่มคนนี้กัน จะซี้ดซ้าดขนาดไหน มาชมเลย!

1. โมเมนต์เซ็กซี่กลางเวที MTV Movie Awards เมื่อปี 2014 ขณะเจ้าตัวขึ้นรับรางวัล Best Shirtless Performance ที่ดูจะสแกนมาจากร่างอันเหมาะสมที่สุดของหนุ่มแซคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

source : filmspot.pt
source : popsugar.com

2. โมเมนต์เทรนนิ่งแบบจัดเต็ม เพื่อหนัง Baywatch เวอร์ชั่น 2017 ที่หนุ่มแซคได้รับบทนำร่วมกับ เดวย์น จอห์นสัน

source : kinobody.com

3. โมเมนต์หนุ่มอาหรับกลางทะเลทราย ระหว่างไปร่วมอีเวนต์กับแบรนด์น้ำหอมเจ้าดัง Hugo Boss ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ประเทศดูไบ

source : usmagazine.com

4. โมเมนต์เล่นสเกตบอร์ด ก็อากาศมันร้อนนนน…อ่ะโนะ!

source : cloudpix.co

5. โมเมนต์ประชันความแข็งแกร่งกับเดอะร็อค ในหนัง Baywatch

source : mensfitness.com

6. โมเมนต์เผลอๆ ขนาดไม่ได้ตั้งใจ ซิกแพ็กก็มาเต็มตลอด

source : pueblaonline.com.mx

7. โมเมนต์เรียกแขก ขณะหนุ่มแซคกำลังทักทายชาวโซเชียล

source : eleanorcains.tumblr.com

8. โมเมนต์ปิ้งย่าง จากหนัง Bad Neighbours ในเรื่องที่ว่าแซ่บ ตัวจริงก็แซ่บไม่แพ้กันเลย

source : wearemoviegeeks.com

9. โมเมนต์อินๆ กับอีกมุมในบทบาทไลฟ์การ์ดฮอตพิทักษ์ชายหาด จากเรื่อง Baywatch ฉบับรีบู๊ตปี 2017 จะอยู่ในน้ำหรือบนบกไม่อาจปิดบังความเซ็กซี่ของเขาได้เลย

source : fmforums.co.uk

10. โมเมนต์มันส์ๆ ระหว่างเที่ยวที่ฮาวายกับ อดัม เดวีน เพื่อนนักแสดงจากหนังคอเมดี้ Mike and Dave Need Wedding Dates แหม่… ดูแล้วมันส์มากค่ะ (มันน่ากินมาก!)

source : hollywoodlife.com | uncova.com

11. โมเมนต์เฟรนลี่ๆ ระหว่างให้สัมภาษณ์ออกรายการ Jimmy Kimmel Live แบบไม่แคร์เสื้อผ้า โอ้โห! ถ้างานจะดีขนาดนี้ ถอดเถอะค่ะ! เพื่อเป็นการให้เกียรติรายการ!!

source : famososaominuto.com

12. โมเมนต์จริงจัง ระหว่างถ่ายทำฉากริมชายหาดพร้อมนักแสดงจากเรื่อง Baywatch (รู้สึกจะมีช็อตหัวทิ่มด้วย)

source : menshealth.com

13. ปิดท้ายที่โมเมนต์ Strong จากหนัง Baywatch อีกรอบ หนังอะไรมันจะเต็มไปด้วยฉากล่ำน่ากัดขนาดนี้ สงสัยต้องไปหาดูย้อนหลังแล้วล่ะค่ะ คุณผู้ชม!!

source : famososaominuto.pt

ที่มา OK! Magazine ฉบับเดือนพฤศภาคม 2017

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

4 สถิติอันน่าทึ่งในวงการนางแบบโลกที่คุณอาจยังไม่รู้

คุณรู้หรือไม่ว่าใครคือนางแบบที่ค่าตัวสูงที่สุดในยุคนี้? แล้วใครล่ะคือนางแบบผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์? แล้วในจำนวนนางแบบทั้งโลกมีผิวขาว ผิวสี และผิวเหลืองอยู่กี่เปอร์เซ็นต์? OK! มีคำตอบมาเสิร์ฟคุณค่ะ

นางแบบผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์

Model fun fact Model fun fact

KENDALL JENNER (IG FOLLOWERS: 83M), GIGI HADID  (IG FOLLOWERS: 35.5M)
ฮอตสุดๆ ฮอตจนฉุดไม่อยู่ในชั่วโมงนี้จะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก 2 ท็อปโมเดลเพื่อนซี้ชาวอเมริกัน เคนดอลล์ เจนเนอร์ และจีจี้ ฮาดิด ที่มาแรงมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยคิวเดินแบบแน่นเอี้ยดทุกแฟชั่นวีกทั้งในลอนดอน มิลาน ปารีส และนิวยอร์ก พรีเซ็นเตอร์ของแฟชั่นและบิวตี้แบรนด์ ถ่ายแคมเปญแฟชั่น รวมถึงขึ้นปกนิตยสารชั้นนำทั่วโลก เคนดอลล์ วัย 21 ปี กับจีจี้ วัย 22 ปี ยังมีเคยเดินแบบบนเวทีแฟชั่นโชว์ชุดชั้นในในฝันของนางแบบทั่วโลกอย่าง Victoria’s Secret Fashion Show เมื่อปีที่ผ่านมาด้วย พวกเธอคือนางแบบที่เป็นไอดอลของเด็กสาวยุคใหม่ ไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหน แต่งหน้าอย่างไร สาวๆ ก็อยากจะก๊อปปี้ลุคของทั้งคู่เสียเดี๋ยวนั้น นี่ยังไม่รวมที่ทั้งเคนดอลล์และจีจี้เป็นนางแบบดาวรุ่งสุดฮอตในอินสตาแกรม โดยจากสถิติเมื่อเดือนสิงหาคม เคนดอลล์เป็นนางแบบที่มีฟอลโลเวอร์สูงที่สุดในโลกที่ 83 ล้าน ส่วนยอดฟอลโลเวอร์ของจีจี้นั้นก็สูงทีเดียวอยู่ที่ 35.5 ล้าน ยอดฟอลโลว์สูงเวอร์ขนาดนี้ช่วยต่อยอดงานในวงการแฟชั่นไปได้อีกเพียบ นับว่าทั้งคู่สามารถเปลี่ยนชื่อเสียงในโลกโซเชียลมีเดียให้กลายเป็นรายได้ที่กวาดเข้ากระเป๋าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ! ไม่น่าแปลกใจที่เมื่อปี 2016 เคนดอลล์พุ่งขึ้นมาติดอันดับนางแบบที่มีรายได้สูงสุดในโลกเป็นอันดับที่ 3 ด้วยรายได้ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (รายได้ของเธอเพิ่มขึ้นถึง 150 เปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา) ในขณะที่จีจี้กระโดดขึ้นมาในลิสต์เป็นครั้งแรกที่อันดับที่ 5 ด้วยรายได้ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นางแบบที่ค่าตัวสูงที่สุดในโลก 14 ปีติดต่อกัน 

Model fun fact
ในโลกโซเชียล ยอดฟอลโลเวอร์ของเธออาจจะสู้นางแบบมาแรงอย่างเคนดอลล์ เจนเนอร์, จีจี้ ฮาดิด หรือคาร่า เดเลวีน ไม่ได้ แต่ถ้าวัดที่รายได้ ไม่มีใครเทียบชั้นเธอได้แน่นอน จีเซล บุนด์เชน ซูเปอร์โมเดลขายาวชาวบราซิลคือตัวแม่ที่กวาดรายได้จากงานในแวดวงแฟชั่นและนางแบบ จนรั้งตำแหน่ง “นางแบบที่ทำรายได้สูงสุดในโลก” มานานถึง 14 ปีติดต่อกัน! คือตั้งแต่ปี 2002-2016 ซึ่งนับว่ายาวนานมากและเป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว โดยเมื่อปี 2016 เธอทำรายได้สูงถึง 30.5 ล้านดอลลาร์! นี่ขนาดแต่งงานและมีลูก 2 คนแล้วนะเนี่ย ทั้งนี้รายได้หลักของซูเปอร์โมเดลวัย 37 ปีมาจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์น้ำหอมและเครื่องสำอางของ Chanel, น้ำหอมของ Carolina Herrera, ยาสระผม Pantene, รองเท้า Arezzo รวมทั้งถ่ายโฆษณาโปรโมตช่องโทรทัศน์ Sky Brasil ของบราซิล ประเทศบ้านเกิด

 สีผิวของนางแบบ

model fun fact
แม้ปัจจุบันวงการนางแบบโลกดูเหมือนจะเปิดกว้างและมอบโอกาสให้นางแบบต่างเชื้อชาติ สีผิว และรูปร่าง เข้ามาเฉิดฉายมากขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าทุกวันนี้นางแบบผิวขาวยังคงครองพื้นที่ในโลกแฟชั่น การสำรวจของ TheFashionSpot.com เมื่อเร็วๆ นี้ซึ่งสำรวจพรินต์แอดจำนวน 236 ชิ้นในคอลเล็กชั่นสปริง/ ซัมเมอร์ ปี 2016 พบว่า 78.2 เปอร์เซ็นต์ของนางแบบที่ปรากฏในโฆษณาเหล่านั้นเป็นนางแบบผิวขาว ในขณะที่นางแบบผิวสีมีแค่ 8.3 เปอร์เซ็นต์ นางแบบจากเอเชียมี 4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนางแบบจากละตินมี 1.7 เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนนี้นับว่าน้อยทีเดียว แม้ปัจจุบันโมเดลลิงเอเจนซี่ต่างๆ จะพยายามโปรโมตนางแบบที่มีรูปร่างหลากหลาย นางแบบร่างอวบ นางแบบข้ามเพศ ฯลฯ มากขึ้นก็ตาม แต่ส่วนใหญ่นางแบบเหล่านั้นจะถ่ายแฟชั่นลงนิตยสารมากกว่า น้อยคนที่จะมีโอกาสได้งานแบบยิงยาวที่มีค่าตัว 6-7 หลัก

นางแบบพลัสไซส์ผู้สร้างประวัติศาสตร์

Model fun fact
ประวัติศาสตร์มีไว้ทำลาย และเราก็พูดได้ว่าแอชลีย์ แกรห์ม เคยทำลายประวัติศาสตร์ของวงการแฟชั่นมาแล้ว ด้วยการเป็นนางแบบร่างอวบคนแรกที่ถ่ายชุดว่ายน้ำขึ้นปกนิตยสารดัง Sports Illustrated เมื่อปี 2016 ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีแต่นางแบบหุ่นเพรียวสุดเป๊ะมาเป็นคัฟเวอร์เกิร์ล แม้รูปร่างอาจจะไม่ถูกจริตหนุ่มๆ ส่วนใหญ่ แต่ต้องบอกว่าแอชลีย์มีสัดส่วนโค้งเว้าและหน้าเธอสวยสะพรึงจริงๆ โมเมนต์นั้นนับเป็นการจุดพลุแจ้งเกิดให้แอชลีย์ และหลังจากนั้นเธอยังมีโอกาสได้ขึ้นปกนิตยสารชั้นนำและงานอื่นๆ ในวงการบันเทิงตามมาด้วย

พบกับเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับวงการนางแบบอีกมากมายใน OK! ฉบับเดือนกันยายนวางแผงแล้ววันนี้ค่ะ

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
Website : http://www.okmagazine-thai.com/
Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

เอ็นดูแรง! บอยแบนด์น้องใหม่ NCT 127 โชว์เสน่ห์มัดใจคนไทย

ปล่อยเสน่ห์มัดใจได้แบบไร้ขีดจำกัดสมกับเป็นบอยแบนด์น้องใหม่ไฟแรงแห่งค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลี S.M. Entertainment สำหรับหนุ่มๆ วง NCT 127 ที่ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยแบบครบทั้งวงเป็นครั้งแรกใน NCT 127 FAN MEETING in BANGKOK ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2560 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี โดยงานนี้ ถือเป็นงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทยของพวกเขา และกระแสตอบรับจากแฟนคลับชาวไทยก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะหลังจากที่เปิดจำหน่ายบัตรก็ถูกจองเต็มภายใน 3 นาที และจำหน่ายหมดลงในเวลาต่อมา ยิ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมในฐานะศิลปินหน้าใหม่ได้เป็นอย่างดี

NCT127
แฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทยของหนุ่มๆ NCT 127

ก่อนการแสดงในเวลาประมาณ 16.00 น. บริษัท เอสเอ็ม ทรู จำกัด ต้นสังกัดในประเทศไทย และผู้จัดงานในครั้งนี้ ได้จัดงานแถลงข่าวแฟนมีตติ้ง โดยหนุ่มๆ NCT 127 ทั้ง 9 คน ได้แก่ TAEIL (แทอิล), JOHNNY (จอห์นนี่), TAEYONG (แทยง), DOYOUNG (โดยอง), JAEHYUN (แจฮยอน), MARK (มาร์ค), HAECHAN (แฮชาน), YUTA (ยูตะ) และ WINWIN (วินวิน) ได้ร่วมให้สัมภาษณ์อย่างน่ารัก และเป็นกันเองกับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกที่ได้มาเยือนประเทศไทยในนามของ NCT 127 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับแฟนมีตติ้งครั้งแรกนับตั้งแต่เดบิวต์ของตัวเอง

NCT127
แทยง

NCT 127 มาประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อจัดแฟนมีตติ้ง NCT 127 FAN MEETING in BANGKOK อยากทราบว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้มาประเทศไทยในครั้งนี้

แทยง: ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกคนมากๆ เลยครับ ถ้าไม่มีทุกคน พวกเราคงไม่ได้มีโอกาสนี้ และขอขอบคุณแฟนคลับชาวไทยของพวกเรามาก ๆ พวกเราจะตั้งใจทำงานเพื่อตอบแทนความรักให้กับทุก ๆ คนนะครับ

งานแฟนมีตติ้งในครั้งนี้ ได้รับการแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ ชาวไทย และบัตรก็ถูกจำหน่ายหมดทุกที่ด้วย พวกคุณรู้สึกอย่างไรกันบ้าง

ทุกคน: ว้าว ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)

ยูตะ: พวกเรารู้สึกได้ถึงความรักของแฟนคลับชาวไทยได้อีกครั้ง ขอบคุณมากๆ เลยครับ วันนี้พวกเราจะเต็มที่เพื่อทุกคนที่มาดู อย่าลืมติดตามกันนะครับ

พิธีกร: แฟนคลับก็ดีใจกันมากๆ ครับ เมื่อวานนี้ในโลกทวิตเตอร์มีพูดถึงการมาของ NCT 127 และแฟนๆ ฝากขอโทษที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะอยากจะได้ใกล้ชิดกับพวกเขา

แทยง: พวกเราไม่เป็นไรเลยครับ แต่พวกผมเป็นห่วงแฟนคลับชาวไทยครับ ผมไม่อยากให้ใครบาดเจ็บ ขอบคุณทุกคนที่รักษาความเรียบร้อยด้วยครับ

ช่วยบอกเราหน่อยได้ไหมว่าไฮไลท์ของแฟนมีตติ้งในครั้งนี้คืออะไร

แจฮยอน: มีเยอะมากเลยครับ ผมขอกระซิบบอกนิดนึง ก็คือ จะมีบางเพลงที่เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้แสดงให้ดู และที่นี่เป็นที่แรกด้วย บนเวทีนี้สด ๆ เลยครับ

NCT127
โดยอง

อย่างที่ได้ทราบว่า NCT คือ บอยแบนด์คอนเซ็ปต์ใหม่ของค่ายเอสเอ็ม เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ช่วยบอกเราหน่อยว่าคอนเซ็ปต์ของ NCT 127 คืออะไร?

โดยอง: NCT ย่อมาจากคำว่า Neo Culture Technology ส่วนตัวเลข 127 บางท่านอาจจะไม่รู้นะครับ 127 มาจากลองจิจูดของกรุงโซล ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะเป็นทีมที่เบสอยู่ที่กรุงโซล แล้วจะกระจายไปทั่วโลกครับ

ในปีนี้ NCT 127 ได้ปล่อยมินิอัลบั้มออกมา 2 ชุด ซึ่งมีเพลงเปิดตัวอย่าง  Limitless และ Cherry Bomb อยากให้ช่วยแนะนำ 2 เพลงนี้ให้กับแฟนๆ

แจฮยอน: เพลง Limitless เนื้อเพลงจะมีความหมายที่สื่อถึงความตั้งใจของพวกเราที่จะไม่มีลิมิต ในเพลงจะมีทั้งแร๊ป ทั้งเต้น ทั้งร้องให้ทุกคนได้เห็นเสน่ห์ของพวกเรา สำหรับเพลง Cherry Bomb ก็จะได้เห็นเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง ซึ่งทั้ง 2 คำอย่าง Cherry และ Bomb นั้นมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันมาก ๆ ครับ

NCT127
แจฮยอน

แทยงและมาร์คได้มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อร้องให้กับหลาย ๆ เพลงของ NCT 127 อยากทราบว่าพวกคุณร่วมงานกันอย่างไรในการเขียนเนื้อเพลงเหล่านี้ขึ้นมา และอยากจะให้ช่วยแนะนำเพลงที่คุณแต่งเนื้อร้องกันด้วย

มาร์ค: เวลาที่ต้องเขียนเนื้อเพลง พวกเราสองคนจะปรึกษากันครับ ถ้าเกิดว่ามีหัวข้อแล้ว พวกเราก็จะคุยกันเกี่ยวกับหัวข้อนั้นครับ แต่ถ้าไม่มีหัวข้อที่จะเขียนพวกเราก็จะช่วยกันคิดขึ้นมา ให้มีประเด็นที่เราต้องปรึกษากันครับ พอคุยไปคุยมาพวกเราก็จะมีประเด็นหนึ่งที่คิดว่า อันนี้น่าสนใจ น่าจะเอามาเขียนเป็นเนื้อเพลง ส่วนถ้าจะให้แนะนำเพลง ผมแนะนำเพลง Whiplash ซึ่งอยู่ในอัลบั้มล่าสุดของพวกเราครับ

NCT127
มาร์ค

สมาชิกบางคนในวงได้ลองทำงานเป็นดีเจด้วย อย่างแจฮยอนและจอห์นนี่ จัดรายการวิทยุ NCT NIGHT NIGHT อยากให้ช่วยเล่าถึงประสบการณ์การเป็นดีเจว่าเป็นอย่างไรบ้าง

แจฮยอน: ตอนแรกผมตื่นเต้นมากๆ ครับ แต่พอทำไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับผมให้ได้ใกล้ชิดกับแฟนคลับมากขึ้นครับ

จอห์นนี่: ไม่ใช่แค่แฟนคลับที่อยู่ในประเทศเกาหลีเท่านั้นนะครับ แต่ผมได้ยินว่าแฟนคลับชาวต่างชาติก็ตั้งใจฟังด้วยเหมือนกันครับ ผมรู้สึกว่าเป็นโอกาสที่จะได้สื่อสารกับแฟนคลับหลายๆ ประเทศครับ

NCT127
จอห์นนี่

มีงานอื่นๆ ที่ NCT 127 อยากลองทำในอนาคตไหม

ยูตะ: บอกตรงๆ ว่าคอนเซ็ปท์ที่พวกเราปล่อยออกมาจะเป็นแบบเท่ๆ ในอนาคตถ้ามีโอกาสอยากปล่อยความน่ารักของพวกเราบ้างครับ

พวกคุณได้ถ่ายทำรายการ NCT LIFE ที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ถ้ามีโอกาสได้กลับมาถ่ายทำรายการซีซั่นใหม่ที่ประเทศไทย อยากไปถ่ายทำที่จังหวัดไหน?

โดยอง: เกาะสมุย (ภาษาไทย) ครับ

NCT127
วินวิน

ทุกคนเคยมาที่ประเทศไทยแล้วตอน SMROOKIES SHOW in BANGKOK ยกเว้นวินวิน นี่คือครั้งแรกที่มาประเทศไทย วินวินรู้สึกอย่างไรบ้าง

วินวิน: รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่ได้มากับสมาชิกทุกคน ผมมีความสุขที่ได้มีโอกาสเจอกับแฟนคลับชาวไทยด้วย หวังว่าในอนาคตผมจะมีโอกาสได้มาประเทศไทยบ่อย ๆ ครับ

ได้เตรียมคำภาษาไทยอะไรมาพูดกับแฟนๆ ในงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ไหม

โดยอง: ไม่นกแล้วนะ

ยูตะ: คิดถึงทุกคนมาก ๆ ครับ

แจฮยอน:  ดีต่อใจ

มาร์ค: อย่าลืมผมนะ

จอห์นนี่: ได้หมดถ้าสดชื่น

วินวิน: มันปังมาก

แทยง: นี่เป็นเบสิคเลยนะครับ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 (นับ 1-10 ภาษาไทย)

แทอิล: ขอบคุณครับ

แฮชาน: รัก NCTzen มากๆ

NCT127
แฮชาน

สุดท้ายนี้อยากให้ฝากอะไรถึงแฟนๆ

แทยง: ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่มาเพื่อ NCT 127 ในวันนี้ วันนี้ตั้งใจเตรียมเวที และการแสดงเพื่อทุกคนจริงๆ พวกเราจะทำเต็มที่ และหวังว่าในอนาคตจะได้มีโอกาสเจอกันบ่อยๆ กลับไปแล้วพวกผมจะตั้งใจทำงาน เพื่อที่จะให้มีเพลงที่ดี และมีการแสดงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับ

NCT127
โชว์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของหนุ่มๆ NCT 127

NCT 127 เปิดฉากความสนุกของแฟนมีตติ้งด้วยเวทีการแสดงที่สื่อความหมายถึงความไร้ขีดจำกัดอันเป็นคอนเซ็ปต์ของวง ในเพลงเปิดตัว Limitless จากมินิอัลบั้มชุดที่ 2 NCT #127 LIMITLESS แล้วจึงทักทายแฟนคลับชาวไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงกิจกรรมสุดพิเศษที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักกับตัวตนของ NCT 127 กันมากยิ่งขึ้น เริ่มจากกิจกรรมแรกที่มีชื่อว่า TO. NCT 127 ซึ่งหนุ่ม ๆ ได้เลือกคำถามที่แฟนๆ ได้ส่งเข้ามาถามทางแฟนเพจ SM True ก่อนหน้านี้ มาตอบกันแบบสด ๆ โดยหนึ่งในสมาชิกอย่างหนุ่มโดยองก็สร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยการร้องเพลงภาษาไทยท่อนสั้นๆ ‘มันคงเป็นความรัก’ ของคุณแสตมป์ อภิวัชร์ เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ ต่อด้วยกิจกรรมที่ 2 It’s Him! เป็นเกมที่เปิดเผยมุมน่ารักๆ และความสนิทสนมระหว่างสมาชิก รวมถึงกิจกรรมลำดับที่ 3 Let’s study 127 ที่ให้ทายคำถามเกี่ยวกับประเทศไทย พร้อมตอบเป็นภาษาไทย สร้างความสนุกสนานให้ผู้ชมทั้งฮอลล์ได้มีส่วนร่วมกันอย่างเต็มที่ ซึ่งสองกิจกรรมสุดท้ายก็มีการมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้กับแฟนๆ ด้วย

NCT127
ยูตะ
NCT127
แทอิล

ความประทับใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากผ่านพ้นกิจกรรมสุดพิเศษไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะระเบิดความประทับใจแบบเต็มแม็กซ์ผ่านหลากหลายเวทีการแสดงที่โชว์ให้เห็นถึงตัวตน, เสน่ห์ และเอกลักษณ์ตามแบบของ NCT 127 ไม่ว่าจะเป็นเพลงรักจังหวะกลาง ๆ อย่าง Angel ที่พวกเขาได้นำมาแสดงเป็นครั้งแรก เพื่อมอบให้แฟนคลับทุกคนที่มาในวันนี้ ซึ่งทางด้านแฟนคลับก็ได้ทำโปรเจกต์แรกตอบกลับหนุ่มๆ ด้วยการยกป้ายคำว่า We’ll Be Your Angel ต่อด้วยเพลงจากมินิอัลบั้มชุดล่าสุด NCT #127 CHERRY BOMB ทั้งเพลงประกอบอัลบั้ม Summer 127 ที่หนุ่มๆ เดินออกมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ ถึงที่นั่งอย่างใกล้ชิด, 0 Mile เพลงสนุกๆ ที่สื่อความหมายดีๆ ถึงระยะห่างเพียง 0 ไมล์ระหว่างคนสองคน และเพลงสุดท้ายของงานนี้ อย่างเพลงเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ Cherry Bomb ที่มาพร้อมกับท่อนฮุคสุดติดหู I’m the biggest hit, I’m the biggest hit on this stage โดยระหว่างนั้นแฟนคลับชาวไทยก็ได้แปรตัวอักษรด้วยแท่งไฟเป็นคำว่า NCT และปิดท้ายอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ชูป้ายภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่า “หัวใจเราใกล้กันแล้วนะ” ในช่วงที่หนุ่มๆ พูดความรู้สึก พร้อมออดอ้อนทิ้งท้ายก่อนจบงานแฟนมีตติ้ง เรียกได้ว่า ทั้งบอยแบนด์น้องใหม่ไฟแรง NCT 127 และแฟนคลับชาวไทยเอง ต่างก็ได้เปิดใจรับความสนุก ร่วมสร้างความประทับใจ และความทรงจำดีๆ ครั้งแรกในประเทศไทยด้วยกันตลอดกว่า 2 ชั่วโมงได้อย่างไร้ที่ติ

NCT127
โปรเจ็กต์ที่แฟนคลับตั้งใจทำเพื่อเซอร์ไพรส์หนุ่มๆ NCT 127

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
Website : http://www.okmagazine-thai.com/
Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

ผอมลงจนเซอร์ไพรส์! แซม สมิธ พร้อมรีเทิร์นไมค์ ปล่อยเพลงแรก 8 ก.ย. นี้

หากคุณเคยประทับใจกับเพลงที่ทั้งเพราะ ทั้งฟังดูเหงาของแซม สมิธ นักร้องหนุ่มเสียงคุณภาพจากแดนผู้ดี อย่างเพลง “Stay with Me”, “I’m Not the Only One”, “Like I Can” หรือ “Lay Me Down” แล้วล่ะก็ อดใจรอกันอีกไม่กี่วันค่ะ เพราะล่าสุดเขาเตรียมรีเทิร์นไมค์ พร้อมซิงเกิลใหม่ “Too Good at Goodbyes” ซึ่งเตรียมปล่อยออกมาให้ฟังกันวันศุกร์ที่ 8 ก.ย. นี้ คอนเฟิร์มจากเจ้าตัวที่อัพเดทข่าวดีนี้ทางโซเชียลมีเดีย แฟนคลับของนักร้องเสียงนุ่มเตรียมล็อควันรอกันได้เลย!

แซมวัย 25 ปีเคยออกอัลบั้มแรก In the Lonely Hour ในปี 2014 ซึ่งพลังเสียงและงานเพลงคุณภาพของเขา ทำให้แซมคว้ารางวัลจากเวทีใหญ่ Grammy Awards ในปี 2015 ไปถึง 4 รางวัล! สำหรับผลงานเพลงใหม่นี้ การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกคือหุ่นของแซมที่ดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด (จากที่อัลบั้มก่อนรูปร่างเขาออกเจ้าเนื้อหน่อยๆ) มีความหนวดเคราเบาๆ และลุคที่ดูเซอร์และสตรีทขึ้น ต่างจากอัลบั้มแรกที่เน้นมาในลุคเนี้ยบ ใส่สูทผูกไทมากกว่า ต้องรอลุ้นว่าคัมแบ็ควงการเพลงครั้งนี้ เพลงของแซมจะเพราะแค่ไหน มีอะไรแปลกใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาให้เรา amazing บ้าง…

[Photo Credit: Universal Music Thailand, YouTube, Instagram/ samsmithworld]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments