“เชน ธนา” คัมแบ็คงานเพลงให้หายคิดถึง ส่งโปรเจกต์คัฟเวอร์ ถ่ายทอดตัวตนผ่านเสียงดนตรี

เรียกว่าห่างหายจากงานในวงการไปพักใหญ่ ล่าสุดนักธุรกิจหนุ่มและอดีตสมาชิกบอยแบนด์ในตำนานอย่างหนุ่ม เชน – ธนา  ลิมปยารยะ บอสใหญ่แห่งแบรนด์ Amado ยังแบ่งเวลาจากการนั่งแท่นผู้บริหารธุรกิจ กลับมาทำตามความฝันอีกครั้ง โดยส่งซิงเกิ้ล “ลืมไปหรือเปล่า” และ “ยอม” มาถ่ายทอดความรู้สึกและความหมายของเพลงในอดีต ผ่านแนวเพลงและสไตล์ที่เป็นตัวเองมาให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง…

Q : ห่างหายจากการร้องเพลงไปกี่ปี

เชน : ห่างหายจากการร้องเพลงไปประมาณ 3 ปีปลายปี 2014 ส่วนซิงเกิ้ลเพลงประมาณ 5 ปีครับ

Q : เหตุผลที่กลับมาทำงานเพลงในครั้งนี้

เชน : จริงๆ มันก็จะมีจังหวะที่เราคิดถึง ช่วง 3 ปีที่เราไปเต็มที่กับธุรกิจ มันก็จะมีโมเมนต์แบบฟังเพลงตัวเองบ้าง แล้วก็เปิดรูปเก่าๆ ดู แล้ววันหนึ่งมีโอกาสได้ไปออกงานกับทาง BEC-Tero Music แล้วผู้ใหญ่ได้เห็นว่ายังมีเด็กๆ และแฟนๆ จำได้ ก็เลยมีการประชุมคุยกันว่าจะกลับมาทำงานเพลง  ภายใต้บ้านหลังใหม่ พร้อมกับอัลบั้มเต็มครั้งแรกในชีวิต

Q : การทำงานกับบ้านหลังใหม่ สไตล์การทำงานเป็นอย่างไร

เชน : เหมือนการเข้ามหาวิทยาลัย คือเมื่อก่อนการทำงานเหมือนเราเป็นเด็ก มีคนคอยบอก คอยสอน แต่พอทำงานที่นี่ก็รู้สึกว่าเปิดโอกาสให้เราได้คิดมากขึ้น แล้วก็มีความรับผิดชอบมากขึ้น แล้วก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น สไตล์เพลงโตขึ้น เมื่อก่อนที่เราเป็นบอยแบนด์ เราก็จะต้องรีบอัด รีบออก รีบเจอแฟนๆ รีบทัวร์คอนเสิร์ต เราก็จะไม่มีโมเมนต์ที่ได้ครีเอทอะไรเท่าไร แต่พอมาที่นี่เราได้มีการค้นหาสไตล์ที่เป็นตัวเราจริงๆ ซึ่งสุดท้ายเราก็ได้พบว่าตัวเรามีความสามารถบางอย่างที่ยังไม่ได้ใช้ และก็ต้องไปฝึกซ้อมร้องเพลงเพิ่มขึ้น ทำให้ได้เพลงในอัลบั้มนี้ออกมา

Q : ทำไมต้องเป็น 2 เพลงนี้  “ลืมไปหรือเปล่า” และ “ยอม”

เชน : คือโปรเจ็กต์นี้ เป็น โปรเจ็กต์คัฟเวอร์ เป็นหลัก เพราะว่าเป็นความกังวลส่วนตัว เพราะเราร้องเพลงมา 10 ปีแล้วก็หายไป 3 ปี ก็กลัวว่าถ้าแต่งใหม่เลย สมมติกลุ่มที่เป็นแฟนคลับกันมา ก็อาจจะคาดหวังว่ามันต้องเพราะ หรือเป็นแบบนั้น แบบนี้

ทุกวันนี้ความหลากหลายของคนฟังค่อนข้างเยอะมาก ก็เลยคิดว่าถ้ามีโอกาสก็อยากร้องเพลงที่เป็นความทรงจำดีๆ ในสมัยที่เรายังวัยรุ่น ทางค่ายก็เลยลิสต์เพลงออกมา แล้วก็เห็นชื่อเพลง “ลืมไปหรือเปล่า” แล้วท่อนฮุกเนี่ย คือ “ลืมไปหรือเปล่า รักฉันเพราะอะไร” ประโยคนี้ทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย! มันใช่เลยนะ จะถามแฟนคลับกลุ่มที่อยู่กันมาเป็น 10 ปีด้วยประโยคนี้ ก็เลยชอบเพลงนี้มากๆ ในการกลับมา แล้วก็คิดว่ามันเป็นเพลงที่เป็นกล่องความทรงจำของคนรุ่นเรา ที่มีความรู้สึกครบทุกมุม ก็เลยอยากให้เด็กๆ รุ่นนี้ได้สัมผัสพลังของเพลงนี้อีกรอบหนึ่งในรูปแบบการถ่ายทอดของเรา

ส่วนเพลง “ยอม” ความหมายก็คือการกลับมาร้องเพลงยากเสมอ เพราะว่ามันเป็นเหมือนอาถรรพ์ ที่แบบว่าบอยแบนด์แยกตัวออกมาออกเดี่ยวแล้วก็เงียบ ซึ่งเรารู้ว่ายาก แต่ก็จะกลับมา จึงใช้คำว่า ยอม มันเหมาะที่สุด คือหยุดไม่ได้แล้ว ต้องทำอะไรสักอย่าง ก็เลยได้ 2 เพลงนี้ออกมา

Q : ความแตกต่างของเวอร์ชั่นนี้และเวอร์ชั่นที่แล้ว ต่างกันอย่างไร แล้วกลับการเปรียบเทียบกับต้นฉบับไหม

เชน : จริงๆ การเปรียบเทียบผมตัดไปเลย เพราะคิดว่าเด็กรุ่นนี้ไม่ทันแน่นอน (หัวเราะ) แล้วก็เวอร์ชั่นนี้ พี่ฟั่น โกมล แต่งจากความเป็นเรา คือถ้าฟังเพลงจริงๆ จะเป็นอายุประมาณเรามาร้อง มันจะไม่เก่าเกินไปมีความใหม่ผสมอยู่ ด้วยเทคนิคต่างๆ ในเพลงก็จะแปลงมาจากตัวเรา

Q : เห็นว่ากำลังจะมีโปรเจ็กต์พิเศษเอ็กซ์คลูซีฟ อยากให้เล่าให้ฟังนิดนึงว่าจะเป็นอะไร

เชน : เดี๋ยวต้นปี 2018 จะอัดต่ออีก 3 เพลง แล้วก็ทยอยออกไปเรื่อยๆ แล้วก็อาจจะมีเพลงพิเศษที่แต่งเองเป็นเพลงสุดท้าย แล้วก็จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ ก็คือประมาณกลางปี 2018 เป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก พร้อมกับโปรโมทอัลบั้มเต็มครั้งแรกในชีวิต เพราะว่าตอนที่เราแยกออกจากวง เรามีซิงเกิ้ลเดี่ยวก็จริง แต่ว่าเราไม่เคยมีโมเมนต์ที่แบบได้เขียนหลังปกอั้ลบั้ม ได้ขอบคุณผู้ใหญ่ พ่อ แม่ ครูสอนร้องเพลง เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อนักร้องจริงๆ ต้องทำ แล้วเรายังไม่ได้ทำ เลยคิดว่าเราอยากทำสักครั้ง พร้อมคอนเสิร์ตเดี่ยวที่เป็นของเราจริงๆ

Q : ถามถึงเรื่อองธุรกิจที่ทำอยู่บ้าง ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เชน : ธุรกิจตอนนี้เข้าที่และเติบโตดี แต่ว่าวันนี้เราก็อยู่ในมุมผู้บริหารระดับสูง ก็เพราะว่าเราลุยมากว่า 3 ปีครึ่ง คือผมเป็นเด็ก Gen Y ที่มีเป้าหมาย อยู่แล้วว่าเราจะไม่เป็นผู้บริหารที่ป่วย ไม่ใช่ผู้บริหารที่ทำงานจนแบบว่าพอเราหยุดงานปุ๊บ ทุกคนตาย คือพยายามวางรากฐานตั้งแต่ปีแรก ซึ่งวันนี้ก็เป็นจุดที่ดี เลยได้ถ่ายโอนอำนาจไปให้ผู้บริหารในบริษัท ซึ่งก็ทำให้เราเป็นกรรมการบริหาร คอยแนะนำแนวทาง เลยมีโอกาสได้มาทำสิ่งที่เรารัก นั่นคืองานเพลง

Q : มีวิธีการแบ่งเวลาอย่างไร เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างจะทำหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน

เชน : ผมเป็นคนเต็มที่กับชีวิต เราไม่อยากว่าง อย่างที่บอกว่าเราจัดสรรให้คนเก่งๆ มาดูแลแทน แล้วเราแนะนำ เราก็จะมีเวลาเหลือ ใช้ชีวิตมากขึ้น อาทิตย์หนึ่งเราอาจจะทำงานแค่ 2 วัน จันทร์กับศุกร์ คุยงานสั่งงานและสรุปงาน ส่วน 3 วันที่เหลือ ก็ทำงานอดิเรก สะสมโมเดล ต่อเลโก้ (หัวเราะ) อะไรที่เราไม่ได้ใช้ชีวิต ซื้อกล้องถ่ายรูป เริ่มมาฝึกถ่ายรูป สุดท้ายก็วกกลับมาทำงานเพลงในช่วงเวลาที่ว่าง

Q : ในส่วนของธุรกิจมีโปรเจ็กต์ในปีหน้าเป็นอย่างไรบ้าง

เชน : ปีหน้าเราเตรียมที่จะเข้าตลาดหุ้น โดยได้มีฝ่ายตรวจสอบมาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ปีหน้าจะเป็นปีของความมั่นคงของทางบริษัทมากกว่าครับ และอาจจะมีแบรนด์ใหม่ๆ ที่ให้โอกาสเพื่อนๆ ศิลปิน ดารา ที่มีความคล้ายเราอยู่ในตัว มาทำงานร่วมกัน คิดว่าเป็นโปรเจ็กต์ที่ปีหน้าจะได้ทำ

Q : ถามถึงเรื่องความรักกันบ้าง ช่วงนี้ชีวิตคู่เป็นอย่างไร และวางแผนอนาคตของชีวิตคู่ไว้อย่างไรบ้าง

เชน : ก็ดีครับ ตอนนี้ก็แพลนว่าจะสร้างครอบครัวจริงจัง และสิ้นปีนี้ก็จะไปฮันนีมูนรอบ 2 คิดว่าจะวางแพลนมีน้องให้เร็วที่สุด และจัดสรรครอบครัวให้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราอดหลับอดนอนทำแต่ธุรกิจ ตอนนี้ก็เริ่มใช้ชีวิตแล้ว

Q : คุณเจม แฟนสาวมีแซวบ้างไหมที่เรากลับมาร้องเพลง

เชน : ก็มีแซวบ้างนะ เขาก็ติดตามเราตั้งแต่เราเป็นบอยแบนด์ พอเรามาถ่ายรูป ด้วยวัยด้วยอะไรแบบนี้ คือก็แบบดูโตขึ้น เขาก็จะชอบแซวๆ มองรูปเปรียบเทียบกัน (หัวเราะ) เป็นสไตล์เขาล่ะ น่ารักๆ

Q : สุดท้ายอยากให้ฝากทั้งงานเพลงและธุรกิจกันหน่อย

เชน : สำหรับงานเพลงฝากทั้ง 2 เพลงก่อน คือเพลง “ลืมไปหรือเปล่า” และ “ยอม” แล้วก็ต้นปี 2018 ก็จะมีออกมาให้ฟังเรื่อยๆ กลางปีก็จะมีคอนเสิร์ตเดี่ยว ยังไงฝากติดตามข่าวกันด้วยแล้วกันครับ แล้วถ้ามีโอกาสก็จะทัวร์คอนเสิร์ต เจอกันทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจก็ฝากอุดหนุน Amado ด้วยแล้วกัน เพราะว่าเราก็ทำไปเรื่อยๆ เต็มที่

การกลับมาครั้งนี้อาจจะทำให้แฟนๆ ของหนุ่มเชนหายคิดถึงกันได้บ้างไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว ฟังเพลงของเชนได้ผ่านบริการ Apple Music, JOOX, TrueMusic, Spotify และชมมิวสิกวิดีโอทาง YouTube, LINE TV หรือดาวน์โหลดซิงเกิ้ลของเขาได้ที่ iTunes Store และ Qikplay


ติดตามข่าวคราวของหนุ่มเชนเพิ่มเติม ได้ที่…

Website : www.chaintana.com
Facebook : BEC-TERO MUSICChaintana
Youtube | Instagram |Official LINE : BEC-Tero Music

( เรื่อง  Bathsheba )


ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand

Comments

comments

6 เหตุผลที่ทำให้มารีญา พูลเลิศลาภ คือผู้หญิงที่น่าหลงรัก #มงไม่ลงไม่เป็นไรเพราะได้ใจคนไทยทั้งประเทศ

รูดม่านปิดกันไปแล้วสำหรับการประกวดเวทีนางงามระดับโลก Miss Universe ที่ครั้งนี้มงไปลงที่เดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์ส (Demi-Leigh Nel-Peters) สาวงามจากแอฟริกาใต้ แต่อย่างไรก็แล้วมารีญา พูนเลิศลาภ Miss Universe Thailand ของเราก็สวยครบ สวยพร้อม สวยทุกมิติอย่างไม่อายใคร แถมยังเข้ารอบติดTop 5 ของการประกวดครั้งนี้อีกด้วย

OK! สรุปบทสัมภาษณ์ฉบับสั้นๆ ที่เคยสัมภาษณ์เธอก่อนที่จะเดินทางไปลาสเวกัส เพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญท่ามกลางกำลังใจของคนไทยทั้งประเทศมาฝากกัน

ลองมาดูว่าเพราะอะไรเราต้องหลงรักมารีญา สาวไทยแสนน่ารักคนนี้

1.มารีญาคือผู้หญิงที่เปิดรับกับการเรียนรู้

ในขณะที่เรามองว่ามารีญาคือผู้หญิงที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติของความเป็นนางงาม แต่มารีญากลับคิดว่าเธอยังต้องเรียนรู้และฝึกฝนอยู่ตลอด “คิดว่าเราสามารถปรับปรุงตัวเองได้ตลอดเวลา สามารถเรียนรู้อะไรได้ทุกวัน อยากจะฝึกทุกอย่างไปเรื่อยๆ”

2.ไม่เคยกังวลเรื่องคำวิจารณ์

แน่นอนว่าเวทีนี้เป็นเวทีที่มีการวิจารณ์กันอย่างรุนแรง เราเคยถามเธอถึงเรื่องนี้เหมือนกัน สาวงามของเรายิ้มอ่อนๆ ก่อนจะตอบกลับมาว่า “เพราะว่าทุกคนก็มีหลายมุมมอง ถ้ามัวแต่กลัวคนอื่น ชีวิตเราก็จะไม่ไปไหนเลย เราต้องทำสิ่งที่ตัวเองมั่นใจ ทำสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่าใช่ ถ้ารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องก็ทำไปเลย ไม่ต้องกลัวอะไรค่ะ”

3.อ่อนน้อม ถ่อมตน รู้จักกาลเทศะ

เห็นเป็นสาวลูกครึ่งอย่างนี้ แต่มารีญาได้รับการเลี้ยงมาด้วยวัฒนธรรมและประเพณีไทย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวสวยคนนี้จึงมีกิริยา วาจา และความชื่นชอบ แบบคนไทยร้อยเปอร์เซนต์ “ครอบครัวเลี้ยงมารีญามาด้วยวัฒนธรรมแบบไทยๆ  เราเคารพผู้ใหญ่ การไหว้เรียกว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นการแสดงความเคารพและสามารถทลายกำแพงความรู้สึกของคนที่เราเพิ่งเจอได้ด้วย มารีญาสวดมนต์ด้วยเพราะเราเป็นชาวพุทธคนหนึ่ง และถือศีลด้วยนะคะ โกหกไม่ได้ (หัวเราะ) นอกจากนี้มารีญาก็รำไทยได้เหมือนกัน ตอนที่คุณพ่อซึ่งเป็นวิศวกรไปดูแลการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ประเทศเวียดนาม ก็เคยมีโอกาสไปรำที่สถานทูตไทยประจำประเทศเวียดนามตอนเปิดงานทุกปีและยังสอนเพื่อนๆ รำด้วย ตอนนั้นรำเซิ้งกระติ๊บกับรำอธิษฐาน นอกจากนี้ยังชอบเพลงไทยที่รักมากเพลงหนึ่งคือ “บัวขาว” เพราะตอนเด็กๆ คุณแม่ชอบร้องเพลงนี้กล่อมมารีญาก่อนนอนทุกคืนค่ะ”

4.ชีวิต 13 ปีกับวงการนางแบบคือแหล่งประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่

มารีญาเล่าว่าช่วงเวลาที่ทำงานในวงการนางแบบทำให้เธอเรียนรู้หลายอย่างและเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการทำงานร่วมกับผู้อื่น “เพราะทุกๆ วันเราต้องพบเจอคนที่แตกต่างกัน ทำให้เรารู้จักช่วยเหลือคนอื่น วงการนางแบบช่วยฝึกมารีญาให้เป็นคนที่กล้าขึ้น เพราะตัวจริงเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยอยากแสดงความรู้สึกออกมา แต่พอเข้ามาทำงานในวงการนี้  ทำให้ต้องฝึกตัวเองให้กล้าแสดงออก ต้องไม่อาย ต้องเข้ากับคนอื่นให้ได้ พอมาประกวดตรงนี้ก็ต้องมีเรื่องที่ต้องปรับบ้าง เช่น การเดินบนเวทีต้องปรับใหม่ ถ้าเป็นนางแบบ หน้าที่ของเราคือต้องพรีเซนต์เสื้อผ้า แต่บนเวทีนางงาม เราต้องพรีเซนต์ตัวเอง ต้องสื่อให้โลกเห็นว่าเราเป็นคนยังไง เราคือใคร เรามีความเชื่อในด้านไหนบ้าง”

5.เวทีนางงามคือกระบอกเสียงสำคัญที่จะช่วยให้สังคมดีขึ้นได้

ตอนจบปริญาโท มารีญามีโอกาสทำงานในบริษัท แต่พบว่าสิ่งที่ทำกลับไม่เติมเต็มความรู้สึกของเราเลย จนมาวันหนึ่งได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ในนั้นมีประโยคที่กระแทกใจเราอย่างแรงว่า  Who Are We? เราคือใคร เราอยู่ในโลกนี้เพื่ออะไร ทำให้มารีญาคิดหนัก และรู้สึกว่าอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะสอนภาษาอังกฤษหรือแค่เก็บขยะ ความจริงแล้วเราสามารถทำได้มากกว่านี้ ถ้ามาเป็นนางงามก็จะใช้เวทีนี้เป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือคนได้เยอะ คนก็จะฟังเราเยอะขึ้น จะช่วยประเทศเราได้ เพราะในที่สุดแล้วมารีญาก็จะเปิดโครงการที่นี่ค่ะ โครงการที่ว่าคือโครงการป้องกันผู้หญิงตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และอีกเรื่องคือเรื่องขยะ โครงการแรกเป็นเรื่องที่ตั้งใจมาก เพราะว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ ประเทศไทยมีสถิติเรื่องนี้สูงมาก นี่คือปัญหาสังคม ที่มาของปัญหาเกิดจากการที่เด็กๆ ไม่กล้าถามผู้ใหญ่ ไม่กล้าคุย แล้วเมื่อเขามีลูกในเวลาที่เขาไม่พร้อม ก็จะมีปัญหาอื่นๆ ตามมา การที่เด็กจะเลี้ยงเด็กเป็นเรื่องยากนะคะ เพราะคนเป็นแม่เองก็อาจจะประสบการณ์ยังไม่มากพอ ส่วนตัวเขาก็ยังเสียโอกาสอื่นๆ อีกเยอะเช่น อาจจะเรียนต่อไม่ได้ ส่วนเรื่องขยะ มารีญารู้มาว่าในเมืองไทยยังมีการจัดการเรื่องนี้ไม่เต็มที่ ซึ่งความจริงมีหลายวิธีที่สามารถเปลี่ยนได้ ตอนนี้มารีญากำลังทำรีเสิร์ชอยู่ว่าแทนที่จะเผาหรือฝังดิน เราสามารถใช้ worm คือใช้หนอนเปิดเป็นฟาร์มมาช่วยในการย่อยสลาย เปลี่ยนจากขยะมาเป็นปุ๋ยได้ ใช้คนในการดูแลไม่เยอะด้วย ประมาณ  3-5 คนเอง ถ้าทำตรงนี้ได้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องขยะได้เยอะมาก เป็นอีกโครงการที่กำลังดูอยู่ ก็คงต้องทำรีเสิร์ชอีกเยอะเลยค่ะ

เรื่องการช่วยเหลือสังคม มารีญาถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่พามารีญาไปทำกิจกรรมที่มูลนิธิดวงประทีปตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ทำให้เห็นมาตลอดว่ามีเด็กหลายคนบนโลกถูกทอดทิ้ง สาเหตุหนึ่งที่เกิดปัญหานี้ก็มาจากการที่คุณแม่ยังไม่พร้อมที่จะมีลูก ซึ่งความจริงแล้วเป็นเรื่องที่เราสามารถป้องกันได้ ถ้าเป็นเรื่องรณรงค์การย่อยสลายขยะ มาจากการที่มารีญาชอบทำให้ทุกอย่างรอบตัวเราสะอาด สวยงาม มาตั้งแต่เด็ก แล้วตอนไปเรียนที่สวีเดนก็ได้เห็นว่าเขาจัดการเรื่องขยะได้เป็นระเบียบและสะอาดมาก อีกทั้งขยะยังสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ก็เลยสนใจเรื่องนี้ด้วย

6.Just Do It คติในการใช้ชีวิตของมารีญา

Just Do It และสิ่งที่แม่สอนมารีญามาตลอดชีวิตคือคิดดี ทำดี พูดดี ถ้าเราทำสามอย่างนี้ได้ สิ่งรอบข้างก็จะดี เหมือนถ้าเรามีพลังงานบวก ทุกอย่างก็จะเป็นบวกไปด้วยค่ะ

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand

Comments

comments

10 เพลงฮิตยอดวิวสูงสุดในยูทูบของศิลปินพันล้านวิว ‘เอ็ด ชีแรน’

เขาคืออีกหนึ่งศิลปินดังที่มาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ที่เมืองไทยในปีนี้ นักร้องนักแต่งเพลงอย่างเอ็ด ชีแรน ศิลปินสุดฮอตจากเกาะอังกฤษมีเพลงฮิตเยอะมากจริงๆ เพลงไหนของเขาที่มียอดวิวสูงสุดในยูทูบบ้าง OK! รวบรวมมาให้แล้ว!

1.”Shape of You” 

เพลงจังหวะสนุกชวนคึกคัก แถมเนื้อหาเซ็กซี่ไม่เบา! ติดหูจนยอดวิว 2 พันกว่าล้านวิว! ชอบมากๆ

2.”Thinking Out Loud” 

เพลงหวานสุดโรแมนติกของคนที่ความรักล้นปรี่ จนอยากจะตะโกนก้องบอกความรู้สึกรักอันท่วมท้นให้คนรักฟัง พร้อมเอ็มวีที่เอ็ดฝึกไลน์การเต้นรำมาอย่างเป๊ะและหนักหน่วงจนผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

3.”Give Me Love”

ช่วงแรกของเพลงอาจจะหนืดๆ หน่อย แต่ท่อนฮุคติดหู พูดถึงการคิดถึงคนรักเก่าที่จากไปแล้ว ยังลืมเธอคนนั้นไม่ได้

4.”Photograph” 

เอ็ดหยิบมุมน่ารักๆ อย่างรูปถ่ายมาเป็นกิมมิกในการแต่งเพลง พูดถึงความสัมพันธ์แบบทางไกล ที่ถ้ามันเริ่มจะยากหรือทำให้คิดถึงกัน ขอแค่หยิบรูปขึ้นมาดู ก็ช่วยเรียกคืนความทรงจำดีๆ ได้แล้ว ในเอ็มวีเผยภาพเอ็ดตั้งแต่เด็กจนโตเป็นนักร้องดัง มันเป็นภาพที่น่ารัก ชวนให้เราคิดว่าเขาแต่งเพลงนี้ให้พ่อแม่ของตัวเอง

5.”Galway Girl”

เพลงจังหวะน่ารัก พร้อมกลิ่นอายดนตรีไอริช ฟังแล้วอยากลุกขึ้นมาเต้นสนุกๆ แบบดาราสาวเซียร์ช่า โรแนน นางเอกในเอ็มวีบ้าง แถมยังทำให้เราอยากไปเที่ยวกัลเวย์ เมืองท่องเที่ยวของไอร์แลนด์ด้วย

6.”The A Team”

ซิงเกิลแรกจากสตูดิโออัลบั้มแรก + ในชีวิตของเอ็ดเมื่อหลายปีมาแล้ว เพลงโฟล์กบัลลาดนี้มาพร้อมเนื้อหาหนักๆ ว่าด้วยโสเภณีที่เสพติดโคเคน เอ็ดแต่งขึ้นหลังไปเยี่ยมศูนย์คนไร้บ้านแห่งหนึ่งแล้วได้ยินเรื่องราวชีวิตของพวกเขา

7.”Castle on the Hill”

เพลงมีจังหวะจากอัลบั้มล่าสุด ÷ ที่ชวนให้เราย้อนนึกถึงช่วงเวลาแห่งความทรงจำสมัยวัยรุ่นกับแก๊งเพื่อนซี้อีกครั้ง

8.”I See Fire”

เพลงที่เอ็ดแต่งขึ้นเพื่อหนังฟอร์มยักษ์ The Hobbit: The Desolation of Smaug (2013) ของผู้กำกับปีเตอร์ แจ็คสัน โดยเฉพาะ โดยแจ็คสันติดต่อให้เอ็ดแต่งเพลงให้ หลังเคที่ ลูกสาวของเขาแนะนำว่าให้ลองติดต่อเอ็ดดู! เห็นได้ชัดว่าเคที่แนะนำได้ถูกคนจริงๆ

9.”Lego House”

เพลงเศร้าของหนุ่มเหงาๆ ที่เลิกกับแฟนไป (และอยากให้เธอกลับมาอีกครั้ง) ส่วนหนุ่มที่มาเล่นเอ็มวีนี้ก็ดังมาก และมีความเป็นเรดเฮดเหมือนเอ็ดด้วย นั่นคือรูเพิร์ต กรินต์ หรือที่รู้จักกันจากบทพ่อมดน้อยรอน วีสลีย์ จากหนังดัง Harry Potter นั่นเอง

10.”Sing”

เพลงจังหวะสนุกๆ และเอ็มวีสนุกๆ ที่เอ็ดได้ศิลปินดังฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ มาช่วยแต่งเนื้อเพลงร่วมกับเขา โปรดิวซ์เพลงนี้ให้ แถมยังมาเล่นเอ็มวีด้วยนะ

[Photo Credit: Live Nation BEC-Tero]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/

 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/

 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

 Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

ฟังกันยัง? เพลงซึ้งๆ “ฉันดีใจที่มีเธอ” ในเวอร์ชั่นอินเตอร์ “To Me” โดยคริสโตเฟอร์

หลังจากที่คริสโตเฟอร์ ศิลปินหนุ่มสุดฮอตจากเดนมาร์กมาเยือนเมืองไทยเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างความประทับใจให้แฟนๆ มากมาย ทั้งเรื่องการร้องเพลง โชว์ที่มาพร้อมพลังเกินร้อย และความเป็นกันเอง ล่าสุดหนุ่มผมบลอนด์คนนี้ยังมีเพลงพิเศษมาฝากแฟนๆ ให้หายคิดถึง เป็นการร่วมงานครั้งแรกกับนักแต่งเพลง-โปรดิวเซอร์ชื่อดังของบ้านเราอย่างบอย โกสิยพงษ์ ด้วยการนำเพลงสุดซึ้งตลอดกาล “ฉันดีใจที่มีเธอ” เพลงฮิตอีกเพลงหนึ่งของพี่บอย มาทำใหม่เป็นเพลง “To Me” ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซึ่งคริสโตเฟอร์เขียนเนื้อร้องภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง! พร้อมทั้งถ่ายทอดเนื้อหาออกมาได้อย่างเต็มอารมณ์ความรู้สึก กลั่นหัวใจร้องสุดชีวิต ใครได้ยินแล้วก็อดซาบซึ้งไม่ได้ นอกจากนี้ใจความสำคัญของเพลงก็ยังน่าประทับใจอีกด้วย!

“เมื่อมองเข้าไปในกระจก หลายคนมักคิดว่าตัวเองมีข้อบกพร่องในด้านต่างๆ แต่อยากให้รู้ไว้ว่าแม้คุณคิดว่าตัวเองไม่สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับผม คุณทุกคนสมบูรณ์แบบเสมอ” คริสโตเฟอร์เผยถึงคอนเซ็ปต์ที่ตั้งใจนำเสนอในเพลงนี้ ซึ่งทั้งหวาน ทั้งอบอุ่น สุดใจกันเลยทีเดียว

แฟนเพลงคนไหนอยากฟังเพลง “ฉันดีใจที่มีเธอ” ฉบับภาษาอังกฤษ “To Me” แบบเต็มอิ่ม ที่ทั้งแต่งและร้องโดยนักร้องหนุ่มคุณภาพคริสโตเฟอร์ ฟังกันได้แล้ววันนี้ที่ Spotify, Apple Music, Joox, True Music, Deezer และสามารถดาวน์โหลดเพลงได้จาก iTunes Store โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค

WHO IS CHRISTOPHER?

ทำความรู้จักคริสโตเฟอร์กันหน่อย

  • คริสโตเฟอร์คือนักร้องหนุ่มจากเมืองโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก เขาเคยคว้ารางวัลจากงานประกาศรางวัลใหญ่ Danish Music Awards ในปี 2012 ที่ผ่านมามีผลงานมาแล้ว 3 อัลบั้ม คือ Colours (2012), Told You So (2014) และ Closer (2016) หนุ่มคนนี้เสียงดีมาก เต้นก็เก่ง เพลงฮิตของเขาก็เช่น “I Won’t Let You Down”, “CPH Girls”, “Naked”, “Heartbeat”, “Twerk Like Miley”, “Nothing in Common”, “Told You So” ฯลฯ โดยคริสโตเฟอร์บอกว่า Closer เป็นอัลบั้มที่แสดงตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด ตรงไปตรงมามากกว่าเดิม และตอนทำอัลบั้มนี้เขารู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทั้งในฐานะศิลปินและนักแต่งเพลง

  • คริสโตเฟอร์มีโอกาสทำเพลง “To Me” เพลงพิเศษสุดไพเราะที่เขาร่วมทำงานในโปรเจ็กต์ 50 ปีของบอย โกสิยพงษ์ นักแต่งเพลงชื่อดังจากค่าย LOVEiS ซึ่งเพลงนี้เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเพลง “ฉันดีใจที่มีเธอ” โดยคริสโตเฟอร์นำไปแปลงเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเขาได้ยินแค่จังหวะเพลงเท่านั้น แต่ไม่รู้ความหมาย “ผมรู้สึกว่าเพลงนี้เพราะมาก ผมฟังแต่จังหวะแล้วก็แต่งเนื้อเพลงเลย (และแต่งเสร็จภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง!) ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน ดนตรีคือภาษาสากลจริงๆ ครับ เพลง “To Me” ผมต้องการบอกผู้หญิงทุกๆ คนว่าแม้พวกเธอจะคิดว่าตัวเองมีจุดด้อยมากมาย แต่สำหรับผม คุณสวยและเพอร์เฟ็กต์อยู่แล้ว อย่ารู้สึกไม่มั่นใจไปเลย” ส่วนพี่บอยเผยว่า “ผมอยากทำโปรเจ็กต์พิเศษขึ้นมา อยากร่วมงานกับศิลปินต่างชาติรุ่นใหม่ๆ ดูบ้าง และคิดว่าคริสโตเฟอร์เหมาะมากครับ เขาเป็นศิลปินที่เก่ง นิสัยดี มีความสามารถ และก็แต่งเพลง “To Me” ออกมาได้เพราะจริงๆ”

  • คริสโตเฟอร์มีศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจหลายคน เช่น ไมเคิล แจ็คสัน, จัสติน ทิมเบอร์เลค, บรูโน มาร์ส, จอห์น เมเยอร์ ฯลฯ “ผมคิดว่าเวลาที่ศิลปินทำสิ่งที่ตัวเองรักได้ดีจริงๆ พวกเขาจะมีส่วนช่วยผลักดันและสร้างแรงบันดาลใจให้เราไปด้วย ครั้งหนึ่งผมเคยดูโชว์ของบรูโน มาร์ส ที่โคเปนเฮเกน เขาเป็นหนึ่งในไอดอลที่ผมชื่นชอบ เป็นศิลปินที่เก่งมากๆ เก่งจนทำให้ผมอยากจะรีบกลับไปเต้นและแต่งเพลงดีๆ ต่อที่บ้านเลยทีเดียว ทั้งยังทำให้ผมอยากเป็นศิลปินที่ดีขึ้นด้วยครับ”

  • อะไรในตัวคริสโตเฟอร์ที่เป็นเดนมาร์กมากที่สุด เขาตอบว่า “ผมคิดว่าน่าจะเป็นความถ่อมตัวครับ อย่าคิดว่าตัวเองเหนือกว่าใคร เพียงเพราะมีเงินทอง ชื่อเสียง ความสำเร็จ หรืออะไรก็แล้วแต่ การเป็นคนติดดินน่าจะเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ดีที่สุดของตัวเองที่ผมนึกออก เพราะคงไม่มีใครอยากทำงานกับคนหลงตัวเอง ผมอยากให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองและรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราครับ”

[Photo Credit: Warner Music Thailand]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

That’s What I Like! รวมภาพชีวิตดี๊ดี สุดแฮปปี้ของศิลปินสุดป๊อปบรูโน มาร์ส

นักร้องหนุ่มบรูโน มาร์ส เจ้าของเพลงฮิตจากอัลบั้มล่าสุดอัลบั้มที่ 3 24K Magic ทั้ง “24K Magic”, “Versace on the Floor”, “That’s What I Like” มีชีวิตสุดแฮปปี้ เขารู้ว่าดนตรีคือสิ่งที่เขารักและทำให้ตัวเองมีความสุข นี่อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขามีรอยยิ้มและแฟนเพลงก็สัมผัสถึงพลังแห่งความสนุกอันท่วมท้นของเขาตลอด ไม่เพียงเท่านั้นครอบครัว เพื่อนซี้ เพื่อนร่วมงาน และแฟนสาว ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้บรูโนมีความสุขกับการใช้ชีวิตและเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ลืมว่าตัวเองมาจากไหนและตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นอย่างไร ยิ่งรู้แบบนี้เราก็ยิ่งเลิฟ! มาดูรูปน่ารักๆ ที่บอกมุมสนุกสนาน อารมณ์ดี และมีความสุขของเขาผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวกัน

1.เห็นหน้าคุณพ่อปีเตอร์ในวัยหนุ่มแล้ว รู้เลยว่าบรูโนหน้าตาถอดพิมพ์มาจากใคร!

2.นักร้องหนุ่มกับคุณแม่เบอร์นาเดตเตซึ่งมีเชื้อสายฟิลิปปินส์ เธอย้ายไปใช้ชีวิตที่ฮาวายตั้งแต่เด็ก

3.บรูโนวัยเด็กน่ารักหนักมาก! That’s what we love!!!

4.เรื่องแดนซ์นี่ของถนัดของบรูโนเค้าเลย

5.โหมดขำๆ ฮาๆ ก็มีนะ

6.ดื่มด่ำกับไลฟ์สไตล์หรู อีกสิ่งหนึ่งที่มิสเตอร์บรูโนโปรดปราน

7.ดนตรีนี่ล่ะสิ่งที่ทำให้บรูโนมีความสุขที่สุด

8.สนุกสนานเฮฮากับแก๊งเพื่อนซี้

9.บรูโนกับเจสสิก้า คาแบน แฟนสาวนางแบบหน้าสวย คู่นี้เดทกันมาตั้งแต่ปี 2011

10.หนุ่มบรูโนขึ้นโชว์บนเวทีไหน ไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน ภาพนี้เขากับวงขึ้นสาดความสนุกบนเวที Super Bowl กับบียอนเซ่เมื่อปี 2016

VERSACE ON THE FLOOR

ตั้งแต่เห็นบรูโนแต่งตัวเต็มแม็กซ์ ดูเป็นหนุ่มแฟชั่นในมิวสิกวิดีโอเพลงสุดสนุก “Uptown Funk” ของดีเจมาดคูลมาร์ค รอนสัน เราก็เห็นพัฒนาการแฟชั่นและการแต่งตัวที่สะท้อนความหรูหราและความสนุกของนักร้องหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดกับอัลบั้มใหม่นี้ บรูโนยังคงให้ความสำคัญกับการแต่งตัวและภาพลักษณ์ที่ยึดความสนุกและจี๊ดจ๊าดเป็นที่ตั้ง เพราะถ้าจะแต่งตัวทั้งที บรูโนก็ขอให้จี๊ดสุดๆ ไปเลย ดูชัดๆ จากมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ “24K Magic” ที่นอกจากนักร้องเชื้อสายฮาวาย-ฟิลิปปินส์จะโชว์ลีลาการเต้นได้สุดพลิ้วแล้ว เขากับผองเพื่อนยังแต่งตัวกันจี๊ดมาก ซึ่งเสื้อผ้าส่วนใหญ่ในมิวสิกวิดีโอเพลงนี้มาจากแบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี Versace ที่มักครีเอตลวดลายโดดเด่นเฉพาะตัว และเคยทำเสื้อผ้าอัลบั้มให้กับศิลปินชื่อดังหลายคน รวมทั้งเลดี้ กาก้า งานนี้บรูโนแต่งตัวเต็มมาในเสื้อผ้าไหมเรียบลื่น ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ และสีสันสดแจ่ม ทั้งยังมีพรอพอย่างหมวก สร้อยคอและแหวนทองอร่าม รวมทั้งเครื่องประดับวิบวับ สะท้อนให้เห็นไลฟ์สไตล์แสนหรูหราได้อย่างชัดเจน อัลบั้ม 24K Magic ของบรูโนยังมีเพลงหนึ่งที่พูดถึงแบรนด์ Versace ล้วนๆ อย่างเพลง “Versace on the Floor” ด้วย ลองฟังดูเนื้อเพลงเซ็กซี่มาก


[Photo Credit: brunomars, officialjessicacaban]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

โจวมี่ Super Junior M ป๋าสุดควักเงินเลี้ยงข้าวแฟนคลับชาวไทย

แค่พูดว่า ‘รัก’ อาจไม่น่าเชื่อ แต่ ‘โจวมี่’ หนุ่มจีนมากเสน่ห์ที่เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถ ซึ่งหลายคนรู้จักในฐานะสมาชิกของวง Super Junior M กลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ‘เมืองไทยนี่ล่ะคือรักแรกของผม’ นับตั้งแต่มีโอกาสมาเยือนเมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี 2008 นอกจากจะประทับใจในพลังรักของแฟนคลับชาวไทยแล้ว เมืองไทยยังเป็นเหมือนอีกหนึ่งที่พักพิงทางใจของเขา ไม่ว่าจะในยามสุขและทุกข์กว่า 10 ปีที่ผ่านมา

Super Junior M

Super Junior M

คุณเป็นหนึ่งในศิลปินเกาหลีที่มาเมืองไทยบ่อยมาก นอกจากมาทำงานแล้ว ได้ยินว่าคุณยังจองตั๋วมาเที่ยวเองในทุกๆ ครั้งที่มีวันหยุดด้วยใช่ไหม อะไรทำให้คุณติดใจเมืองไทยขนาดนี้
ใช่ครับ (ยิ้ม) ผมได้มาเมืองไทยครั้งแรกพร้อมเพื่อนๆ วง Super Junior M เมื่อปี 2008 แล้วก็โดนสีสันของรถแท็กซี่ดึงดูด ทำให้รู้สึกว่าประเทศนี้มีสีสันมากเมื่อเทียบกับเกาหลีหรือจีนที่ผมโตมา หลังจากนั้นจึงตัดสินใจว่าจะต้องกลับมาเที่ยวที่นี่อีกให้ได้ เมืองไทยสำหรับผมเหมือนรักแรกพบ ถึงจะเคยไปมาหลายที่แล้ว แต่กลับรู้สึกถูกชะตากับเมืองไทยมาก

ศิลปินเกาหลีมักถูกสร้างกรอบให้มีระยะห่างกับแฟนคลับ แต่ดูเหมือนการมาเที่ยวเมืองไทยของคุณจะพังทลายกำแพงนั้นทิ้งไปเลยนะ
ผมเคยกินข้าวกับแฟนคลับชาวไทยด้วยนะ (หัวเราะ) มีครั้งหนึ่งผมมาเที่ยวพัทยาคนเดียว แล้วมีแฟนคลับประมาณ 10-20 คน มานั่งรอ ตอนนั้นผมอยากไปที่ที่หนึ่ง แต่พวกเขากลัวผมหลงจึงช่วยพาไป รวมถึงพาไปยังร้านอาหารที่อยากไปด้วย ผมเห็นว่าไหนๆ พวกเขาก็ช่วยพามา แล้วตอนนั้นไม่มีผู้จัดการส่วนตัวอยู่ด้วย ผมจึงชวนให้มากินข้าวด้วยกัน ตอนแรกทุกคนก็เกรงใจนะ แต่ผมบอกว่าไม่เป็นไร แล้วก็เลือกนั่งโต๊ะใหญ่ๆ เพื่อจะได้กินข้าวด้วยกัน ซึ่งทุกวันนี้แฟนคลับที่เคยกินข้าวร่วมโต๊ะกันก็ยังมารับมาส่งผมทุกครั้งที่มาเมืองไทย คือผมไม่อยากคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนคลับ อยากคิดว่าเป็นเพื่อนมากกว่า เพื่อทุกครั้งที่กลับมาจะได้รู้สึกอบอุ่น รวมถึงมีความคิดถึงกัน เพราะแฟนคลับดีกับผม แล้วผมก็อยากตอบแทนความรู้สึกดีๆ นี้กลับไปให้พวกเขาเช่นกัน

Super Junior M

Super Junior M

รู้สึกอย่างไรที่ได้มาถ่ายแบบนิตยสารครั้งแรกในเมืองไทย
เพราะนี่คือครั้งแรก ทุกอย่างจึงเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับผม ก่อนหน้านี้ผมเคยสงสัยว่าการถ่ายแบบนิตยสารในเมืองไทยจะแตกต่างจากประเทศอื่นไหม แต่พอได้มาถ่ายแบบนิตยสาร OK! ครั้งนี้ก็ดีใจ เพราะรู้สึกเหมือนไม่ได้มาทำงาน วิธีที่ทุกคนทำงานด้วยกันดูเป็นกันเอง จนทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วยเลยล่ะครับ

สามารถติดตามภาพแฟชั่นและบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ โจวมี่ Super Junior M ได้ใน OK! Magazine Issue 295 ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2560

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

เป๊ก-นิว จัดงานแต่งงานสุดครีเอท เนรมิตทุ่งนาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำ

นิตยสาร OK! เป็นนิตยสารรายแรกและเพียงรายเดียวที่อัพเดตข่าวคราวของเหล่าดาราทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเจาะลึกทุกซอกทุกมุม รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของเหล่าศิลปินและดาราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ