เล่าเรื่องจิตรกรรมฉากบังเพลิง อีกผลงานสุดประทับใจที่ตั้งใจสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยอาจารย์เกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ ,อาจารย์มณเฑียร ชูเสือหึง, และอาจารย์ลาภ อำไพรัตน์

ถ้าพระเมรุมาศคือสถาปัตยกรรมที่จะประกาศพระอิสริยยศอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉากบังเพลิงซึ่งติดตั้งอยู่รอบพระเมรุมาศทั้งสี่ทิศ เพื่อใช้สำหรับกันลมและควบคุมเพลิง ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพก็คือสิ่งที่จะประกาศความวิจิตรในนามจิตรกรรมของประเทศไทยว่าหมดจด งดงามเพียงใดเช่นเดียวกัน

ความงดงามของฉากบังเพลิงทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ศิลปินช่างต่างร่วมใจทำงานถวาย ในหลวงรัชกาลที่ 9

เพื่อให้ผลงานชิ้นนี้สมพระเกียรติที่สุด ทุกคนจึงทุ่มเทแรงกาย แรงใจอย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีให้กับประชาชนมาตลอดระยะเวลา 70 ปี  ครั้งนี้ OK! มีโอกาสคุยกับ 3 บุคลากรสำคัญจากสำนักช่างสิบหมู่ อาจารย์มณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกรเชี่ยวชาญ, อาจารย์เกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ จิตรกรชำนาญพิเศษ และอาจารย์ลาภ อำไพรัตน์ ข้าราชการประจำกลุ่มจิตรกรรม ถึงผลงานที่เป็นที่สุดในชีวิตของพวกเขา

ฉากด้านหน้าส่วนบน ได้นำคติความเชื่อแต่โบราณว่าพระมหากษัตริย์ไทยเปรียบเสมือนพระนารายณ์อวตารมาจากสรวงสวรรค์มาเป็นแนวคิดหลักในการเขียนภาพ

อาจารย์ทั้ง 3 ท่านเล่าให้ฟังว่า ฉากบังเพลิงทั้ง 4 ทิศ มีความสูง 4.40 เมตร กว้าง 5.35 เมตร ส่วนภาพจิตรกรรมบนฉากที่อยู่ภายในกรอบไม้นั้น แบ่งส่วนสำคัญออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ฉากด้านหน้าส่วนบน ส่วนล่าง และฉากด้านหลัง สำหรับฉากด้านหน้าส่วนบน ได้นำคติความเชื่อแต่โบราณว่าพระมหากษัตริย์ไทยเปรียบเสมือนพระนารายณ์อวตารมาจากสรวงสวรรค์มาเป็นแนวคิดหลักในการเขียนภาพ โดยได้นำเรื่อง พระนารายณ์อวตาร ฉบับพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 มาเป็นต้นแบบในการเล่าเรื่อง ฉากบังเพลิงทั้ง 4 ด้าน จึงมีภาพของพระนารายณ์ คู่ละ 2 ปาง  รวม 8 ปาง จาก 10 ปาง มาสถิตอยู่ โดยแต่ละทิศ แบ่งออกเป็นหมวด ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้สอดคล้องกับพระราชกรณียกิจตลอดรัชกาลของในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้แก่  หมวดน้ำ ที่อยู่ทางทิศเหนือ ได้อัญเชิญภาพมัสยาอวตาร อวตารเป็นปลากรายทอง และกูรมาวตาร อวตารเป็นเต่า, หมวดดิน ที่อยู่ทางทิศตะวันออก ได้อัญเชิญภาพวราหาวตาร อวตารเป็นหมูป่า และนรสิงหาวตาร อวตารเป็นนรสิงห์,  หมวดไฟ ที่อยู่ทางทิศใต้ ได้อันเชิญภาพปรศุรามาวตาร อวตารเป็นพราหมณ์ และรามาวตาร อวตารเป็นพระรามในรามเกียรติ์ สุดท้ายคือหมวดลม ที่อยู่ทางทิศตะวันตก ได้อัญเชิญภาพกฤษณาวตาร อวตารเป็นพระกฤษณะ และกัลกยาวตาล อวตารเป็นมนุษย์ขี่ม้าขาว นอกจากนี้ด้านข้างของพระนารายณ์ทั้ง 8 ปางยังขนาบไปด้วยภาพเหล่าเทวดา นางฟ้า ที่เสมือนมารับพระนารายณ์กลับไปยังสรวงสวรรค์อีกด้วย

สำหรับภาพด้านล่างของฉากบังเพลิงส่วนหน้าจะเล่าถึงโครงการในพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เลือกมา 24 โครงการ จาก 4,685 โครงการ และนำมาจัดให้เข้ากับหมวด ดิน น้ำลม ไฟ  หมวดดิน อาทิ โครงการ หุบกะพง-ดอนห้วยขุน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง หมวดน้ำ อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฝนหลวง,  กังหันชัยพัฒนา หมวดลม อาทิ โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ,โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ, หมวดไฟ อาทิ สบู่ดำที่ใชสกัดน้ำมัน , โรงงานผลติ ไบโอดีเซล, พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ เป็นต้น

ภาพด้านล่างของฉากบังเพลิงส่วนหน้าเล่าถึงโครงการในพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เลือกมา 24 โครงการ จาก 4,685 โครงการ และนำมาจัดให้เข้ากับหมวด ดิน น้ำลม ไฟ

สำหรับภาพด้านหลังฉากบังเพลิง เป็นการสื่อถึงสรวงสวรรค์ นอกจากอัญเชิญ พระปรมาภิไธยย่อ ภปร. มาไว้เป็นจุดเด่นกึ่งกลางฉาก ล้อมรอบด้วยลายเมฆและดอกไม้สวรรค์ นอกจากนี้ยังมีการแทรกรายละเอียดที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการในพระราชดำริต่างๆ อาทิ ปลานิล , ต้นข้าว, หญ้าแฝก, หยดน้ำจากฟ้าซึ่งหมายถึงฝนหลวง เป็นต้น

ด้านหลังฉากบังเพลิง เป็นการสื่อถึงสรวงสวรรค์ และยังมีการเล่าเรื่องที่บ่งบอกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่น มีการอัญเชิญ พระปรมาภิไธยย่อ ภปร. มาไว้เป็นจุดเด่นกึ่งกลางฉาก

ในการเขียนจิตรกรรมฉากบังเพลิงครั้งนี้ นับเป็นจิตรกรรมไทยร่วมสมัย ที่นำรูปแบบงานจิตรกรรมไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นงานศิลป์ตามแนวพระราชดำริที่เคยพระราชทานไว้สำหรับการเขียนภาพในพระพุทธรัตนสถาน ภายในพระบรมมหาราชวัง มาเป็นหลักในการเขียนครั้งนี้  “จิตรกรรมฉากบังเพลิงนี้มีลักษณะเด่น คือการนำคติวิธีการเขียนภาพแบบโบราณ เช่น การตัดเส้นรอบนอก และการจัดวางองค์ประกอบแบบมุมสูง มาผสมผสานกับรูปแบบสมัยใหม่ตามหลักวิชาการศิลปะตะวันตก มีระยะ มีมิติ มีน้ำหนักใกล้-ไกล รูปร่างคนมีสัดส่วนโครงสร้างที่ถูกต้องตามธรรมชาติ มีกล้ามเนื้อมีสัดส่วนตามกายวิภาคของมนุษย์จริง แต่เรามาตัดเส้นแบบไทย” อาจารย์มณเฑียรกล่าว

อาจารย์มณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกรเชี่ยวชาญ

การทำงานครั้งนี้ มีอาสาสมัครขอเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานหลายต่อหลายคน และมาช่วยอย่างไม่หวังผลอะไรตอบแทน “ห้องเล็กๆ ห้องนี้มีจิตอาสามาช่วยเยอะมากครับ ซึ่งแต่ละคนไม่รู้จักกันเลย แต่ทุกคนล้วนมีจุดประสงค์เดียวกัน คือตั้งใจทำงานถวายในหลวง รัชกาลที่ 9  ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีบุคลิกอุปนิสัยแตกต่างกัน แต่เมื่อทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกันเลยจูนกันง่าย แล้วก็ความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจนั้นเป็นหนึ่งอยู่แล้ว ทำให้ทุกอย่างราบรื่น ถึงแม้ภาพรวมจะมีความขัดแย้งกันบ้าง มีการโต้เถียงกันบ้าง มีการไม่ลงรอยไม่ลงตัวกันบ้าง แต่ทุกอย่างก็เพื่อความสมบูรณ์แบบของงาน แล้วพอสุดท้ายเรามามองเป้าหมายว่าทำเพื่อใคร ทุกคนก็ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน” อาจารย์ลาภ เล่าถึงบรรยากาศการทำงานที่แสนประทับใจ

อาจารย์ลาภ อำไพรัตน์ ข้าราชการประจำกลุ่มจิตรกรรม

และเพื่อให้ทุกคนที่ตั้งใจทำงานชิ้นมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งมีความชัดเจนในเรื่องเอกลักษณ์ของงาน  ช่างทุกคนจึงได้รับงานที่ตัวเองถนัด มากกว่าจะรับผิดชอบฉากบังเพลิงเพียงด้านใดด้านหนึ่ง “ถ้าให้ช่างทุกคนทำคนละชิ้น ทุกคนก็จะมีสไตล์ มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เราจึงใช้วิธีการในการแบ่งหน้าที่ให้ช่างแต่ละคนรับผิดชอบในงานที่ตัวเองถนัด กลุ่มคนที่ถนัดลงสีบรรยากาศก็จะดูภาพรวมทุกภาพ นอกจากนี้ก็มีกลุ่มคนที่เขียนภาพต้นมณฑาสวรรค์ ประมาณ 4-5 คน เขียนภาพใบบัวและดอกบัว มีอย่างละ 2 คน เขียนภาพนก 1 คน เขียนภาพพญานาค 1 คน เพราะผมอยากให้ภาพรวมออกมาแล้วเหมือนคนเดียวเขียน และจะเท่ากับว่าทุกคนมีส่วนที่จะได้เขียนทุกภาพ เพื่อร่วมกันเทิดพระเกียรติพระองค์ครับ” อาจารย์เกียรติศักดิ์กล่าวปิดท้าย

อาจารย์เกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ จิตรกรชำนาญพิเศษ

บรรยากาศแสนอบอุ่นในห้องของการวาดฉากบังเพลิงซึ่งเต็มไปด้วยพลังบวกและความร่วมแรงร่วมใจที่จะสร้างงานชิ้นนี้ให้สำร็จ

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

อาจารย์จิรายุส จันทร์ประโคน ผู้ที่ได้รับหน้าที่ทำแบบจำลองพระเมรุมาศ นำหลักความเพียรของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้งานนี้สำเร็จ

ก่อนจะถึงขั้นตอนการก่อสร้างพระเมรุมาศ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำขึ้นไปพร้อมๆ กันกับการร่างแบบคือการสร้างแบบจำลอง หรือโมเดล เนื่องจากงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่มีขนาดใหญ่ การเขียนแบบอย่างเดียวอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นแบบจำลองจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้เห็นภาพพระเมรุมาศได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งในการทำงานใหญ่ครั้งนี้ ผู้ที่ได้รับหน้าที่ทำแบบจำลองพระเมรุมาศก็คืออาจารย์จิรายุส จันทร์ประโคน นายช่างเขียนแบบชำนาญงาน สังกัดกลุ่มเขียนแบบ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เขาได้เล่าให้ OK! ฟังว่า เขาตั้งใจทำงานชิ้นนี้อย่างเต็มความสามารถ และยึดหลักความเพียรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นที่ตั้ง วัสดุครั้งนี้มีเพียงไม้บัลซ่า กระดาษ ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ก็มีเพียงกรรไกร คัตเตอร์ คีมตัวเล็ก กาวUHU กระดาษทราย จากนั้นจึงค่อยบรรจงตัดทีละชิ้น ทีละชิ้น เรียกว่าเป็นงานที่ทำด้วยมืออย่างแท้จริงซึ่งคุณจิรายุสบอกว่า นี่เป็นความถนัดของเขา อีกทั้งยังสอดคล้องกับความชอบของ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น เพราะเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ชอบให้ตัดแบบจำลองด้วยมือ เพราะเหมือนเป็นการให้ชีวิต

แบบจำลองพระเมรุมาศที่อาจารย์จิรายุสตั้งใจทำิเพื่อให้สมพระเกียรติที่สุด

“การตัดแบบจำลองด้วยวิธีนี้อาจเบี้ยวไปบ้าง ดูแลแล้วไม่เท่ากันบ้าง แต่กลับได้ความรู้สึกว่างานชิ้นนี้มีชีวิต ผมจึงทำงานนี้ด้วยวิธีนี้เช่นกัน สิ่งที่ท้าทายที่สุดในงานชิ้นนี้อยู่ตรงที่ นี่คือแบบจำลองพระเมรุมาศ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ไม่ว่าเราจะทำอะไร เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เวลาทำงานผมจะไม่ทิ้งเศษไม้ ทุกชิ้นเหมือนเป็นเกียรติยศและเป็นของสูงครับ ถ้าผมอารมณ์ไม่ดี ผมจะไม่ทำงานชิ้นนี้ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สูงที่สุดสำหรับเรา ผมทำงานนี้เพื่อพระองค์ครับ”

ในการทำงานที่ยาก อาจารย์จิรายุสได้รับกำลังใจดีๆ จากเพื่อนร่วมงานอย่างเต็มเปี่ยม ทุกคนต่างขวนขวายช่วยงานด้านอื่นๆ ของเขาเพื่อให้อาจารย์จิรายุสมีเวลามาทำงานที่สำคัญชิ้นนี้ให้ลุล่วง แผ่นไม้นับแสนชิ้นค่อยๆ ถูกนำมาสรรค์สร้างให้กลายเป็นรูปเป็นร่างตามวันเวลาที่ผ่านไป ทุกๆ ครั้งที่เริ่มเห็นความชัดเจนของแบบจำลอง อาจารย์จิรายุสจะมีพลังขับเคลื่อนในการสร้างงานชิ้นนี้มากขึ้น เขาบอกว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่เขาสามารถทำแบบจำลองพระเมรุมาศให้เสร็จได้ภายใน 4 เดือน เพราะถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก “ผมได้ความสุขจากการทำงานชิ้นนี้ครับ ทันทีที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ก่อเกียรติ (อาจารย์ก่อเกียรติ ทองผุด ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ) ผมบอกเลยว่าเราต้องเต็มที่ เพราะนี่คือโอกาสที่ผมจะได้ถวายความจงรักภักดี และผมคือ 1 ใน 70 ล้านคนที่มีโอกาสนี้ เราจึงต้องทำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด”

อาจารย์จิรายุส จันทร์ประโคน นายช่างเขียนแบบชำนาญงาน สังกัดกลุ่มเขียนแบบ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ออกแบบ แบบจำลองพระเมรุมาศ

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เล่าถึงพระราชพิธีสำคัญโดยสังเขปและการเตรียมตัวของประชาชนเพื่อถวายความจงรักภักดี

เมื่อพูดถึงพระราชพิธีสำคัญ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณ ราชประเพณี ศาสนา ประวัติศาสตร์ราชสำนัก เรามักจะได้เห็นศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ บุคคลสำคัญที่ได้รับการยอรับและยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับต้นของเมืองไทย มาร่วมบรรยายถ่ายทอดความรู้ให้เราฟังอยู่เสมอ จวบจนล่าสุด อาจารย์ธงทอง ยังเป็นบุคคลที่ได้รับเชิญให้ร่วมบรรยายในการถ่ายทอดสด พระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรื่อยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559-2560 เช่นกัน ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาจารย์ธงทองจึงให้เกียรติช่วยบอกเล่าถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี ของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อเป็นความรู้โดยสังเขป รวมถึงการแสดงความจงรักภักดี และสิ่งที่ประชาชนควรปฏิบัติในช่วงเวลาสำคัญดังกล่าว

การสวรรคตของพระเจ้าแผ่นดินครั้งแรกในรอบ 70 ปี ของชีวิตคนไทย
สำหรับเหตุการณ์สวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เมื่อปีที่ผ่านมาเป็นเหตุการณ์สำคัญของเมืองไทยและประวัติศาสตร์สำคัญของไทย แต่ที่มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับคนจำนวนมาก รวมทั้งผมด้วย ก็คือเป็นการสวรรคตของพระเจ้าแผ่นดินครั้งแรกในชีวิตที่เราได้ผ่านเหตุการณ์นั้นมาด้วยกัน เพราะการสวรรคตของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อนหน้านั้นเกิดขึ้นนานกว่า 70 ปีมาแล้ว คนที่อยู่ในเมืองไทยส่วนใหญ่ ไม่เคยได้ผ่านประสบการณ์นั้นมา เพราะฉะนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ปีที่แล้วเป็นต้นมาจนถึงวันนี้ เป็นเรื่องใหม่สำหรับเราทุกคน จริงอยู่ เราอาจจะเคยมีงานพระเมรุ งานพระบรมศพเจ้านายหลายพระองค์ในชั่วชีวิตของเรา เช่น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2551 หรือสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เมื่อปี พ.ศ.2554-2555 ต่อเนื่องกัน แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่งานพระบรมศพของพระเจ้าแผ่นดิน ถึงแม้จะมีพระเมรุที่ท้องสนามหลวงเหมือนกันแต่รายละเอียดของการประดับตกแต่งรายละเอียดของพระบรมราชอิสริยยศก็เป็นที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นรายละเอียดต่างๆของพระราชพิธีที่ทุกวันนี้มีข่าวสารอยู่ในสื่อสาธารณะก็คงเป็นเรื่องที่มีความเป็นพิเศษจริงๆ

ประชาชนกว่า 10 ล้านคนเดินทางมาร่วมถวายบังคมพระบรมศพด้วยความจงรักภักดี
สำหรับผู้คนทั้งหลายที่ไม่ได้มีหน้าที่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน ถามว่าแล้วมีอะไรที่จะพูดถึง กล่าวถึงกันบ้าง เรื่องแรกคือความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สิ่งที่ได้เห็นชัดคือ ประชาชนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นที่กรุงเทพมหานคร หรือต่างจังหวัด ต่างทยอยกันมาถวายบังคมพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่แล้ว แต่ละวันมีจำนวนเป็นเรือนหมื่น ยิ่งใกล้ถึงวันที่ 5 ตุลาคมปีนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่สำนักพระราชวังกำหนดให้ประชาชนเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพได้ จำนวนคนก็เพิ่มมากขึ้น
สองสามวันที่ผ่านมา

มีเพื่อนข้าราชการผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ท่านหนึ่งกับลูกสาว ยังไม่มีโอกาสไปถวายบังคมพระบรมศพพร้อมกัน คุณแม่นั้นอาจจะเคยไปหลายวาระแล้ว เนื่องจากเป็นอดีตข้าราชการผู้ใหญ่ อยู่ในกลุ่ม อยู่ในองค์กรต่างๆ ที่ไปบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ แต่คราวนี้ แม่ ลูก นัดกันไปเข้าแถวกับประชาชนทั้งหลาย ผมเองก็เคยไปในฐานะที่เป็นเจ้าภาพที่ได้รับบรมราชานุญาตให้บำเพ็ญพระราชกุศลถวาย ไปกับสมาคมสาธิตปทุมวัน หรือไปในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ถ่ายทอดการรายงานในพระราชพิธีสำคัญ รวมไปถึงการนัดหมายกับเพื่อนที่เรียนหนังสือด้วยกัน ไปเข้าแถวเหมือนกันกับประชาชนทั้งหลายที่ไปต่อแถวที่ท้องสนามหลวง เรียกว่าแถวยาวเป็นงูเลื้อยไปเชียวล่ะครับกว่าจะไปถึงพระมหาปราสาทได้ การไปถวายบังคมพระบรมศพที่ผ่านมา มีคนไปถวายบังคมประมาณ 10 ล้านคนแล้วเห็นจะได้

รัชกาลที่ 9 คือศูนย์รวมจิตใจที่ยิ่งใหญ่ของปวงชน
แล้วถ้าเราย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ปีที่แล้ว หลังจากสวรรคตแล้ว 1 วัน ก็มีคนประมาณ 500,000 คน ที่ไม่มีโอกาสที่ทราบล่วงหน้าเลยว่าพระองค์ท่านจะสวรรคตวันไหน และไม่มีใครอยากให้มีวันนั้นเกิดขึ้นด้วย ต่างพร้อมใจกันมาอยู่เรียงรายริมเส้นทางที่เชิญพระบรมศพ จากศิริราชพยาบาลไปยังพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเวลาบ่ายวันที่ 14 ตุลาคม ผมเองก็ไปอยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น กับเพื่อน กับลูกศิษย์ด้วยเช่นกัน เรารู้สึกว่าเราเป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ คนที่มานั่งอยู่ด้วยกันที่นั่นมาจากสารพัดทิศ บนพื้นถนนในบ่ายวันที่ 14 ตุลาคม ทุกคนต่างดูแลซึ่งกันและกัน มีน้ำก็แบ่งกันดื่ม ใครเป็นลมก็ช่วยกันปรนนิบัติพัดวี สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ทำให้เรารู้สึกว่า ความเป็นครอบครัวของคนไทยเรานั้น เป็นครอบครัวที่มีขนาดยิ่งใหญ่มาก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุผลอื่น เหตุผลเดียวที่มีก็คือ เดชะพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐพระองค์นั้น ที่ร้อยรัดพวกเราอยู่ด้วยกัน เรามีความรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดินองค์เดียวกันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้ถึงแม้พระองค์ไม่ได้อยู่กับเรา ให้เราได้พบ ได้เห็น พระราชกรณียกิจก็ดี พระราชจริยวัตรก็ดี พูดง่ายๆ ว่าคำสอนที่พระองค์บอกเรา ที่ทำให้เราดูเป็นตัวอย่างก็ยังไม่ได้สูญหายไปข้างไหน พระราชโอรส ธิดา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ก็ยังดำรงพระชนม์อยู่ เป็นมิ่งขวัญ เป็นสายใยแห่งความผูกพันของครอบครัวใหญ่อันนี้ เป็นที่เคารพ สักการะของพวกเรา นี่คือเหตุการณ์ที่ผ่านมาในรอบ 1 ปีที่เรารู้สึกว่าเราเป็นพี่น้องกันทั้งหมด เห็นได้ชัดทีเดียว

ประชาชนควรเตรียมตัวอย่างไรกับพระราชพิธีสำคัญในเดือนตุลาคม 2560
สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปลายเดือนตุลาคมนี้ จะเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งของเรา เพราะงานพระบรมศพที่ใช้เวลาเตรียมกันมาเป็นเวลา 1 ปี กำลังจะเกิดขึ้นในปลายเดือนนี้ ผมเองยังพรรณนาไม่ถูกหรอกว่าแต่ละคนที่เป็นคนไทยจะรู้สึกอย่างไร หรือจะมีส่วนปฏิบัติอย่างไร เพราะเราต้องตระหนักและเข้าใจว่าพื้นที่ท้องสนามหลวงนั้นก็มีความสำคัญ ไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะให้คนไทย 60 ล้านคนไปอยู่ในพื้นที่นั้นได้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระกรุณาเป็นพิเศษ โปรดฯให้สร้างพระเมรุมาศจำลองขึ้นในพื้นที่จังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 1 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมือง และนอกจากนั้นตามอำเภอต่างๆ ก็จะมีการจัดสร้างซุ้มรับดอกไม้จันทน์ขึ้น

ผมมีเพื่อนในวัยเดียวกันมาถามว่าแล้วเขาจะทำอะไรได้บ้างในวันนั้น ผมบอกว่า วัยเท่าเราจะขวนขวายไปนอนอยู่ใกล้พื้นที่สนามหลวง ค้าง 2-3 วันล่วงหน้า ซึ่งคงจะมีคนทำเช่นนั้น แต่เราอายุเท่านี้ สุขภาพอย่างนี้ไปทำอย่างนั้นอาจจะป่วยไข้ไป ความจงรักภักดีมีอยู่เต็มหัวใจด้วยกันทุกคน แต่ก็ต้องดูความพร้อมของร่างกายของเรา ผมบอกเพื่อนๆ ว่าวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสำคัญ วันถวายพระเพลิง ตอนเช้าระหว่างเชิญพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังพระเมรุมาศ เราอาจจะนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านก็ได้ เพราะพิธีเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ แต่จะมีช่วงเวลาตอนบ่ายหลังจากเชิญพระบรมโกศประดิษฐาน ณ พระเมรุมาศแล้ว กว่าจะมีพระราชพิธีอีกครั้งก็เป็นตอนบ่าย ใกล้เย็น ตั้งแต่เที่ยงไปแล้ว จนถึงสักบ่ายสี่โมงเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีงานพระราชพิธีอะไร ผมบอกเพื่อนว่าถ้ามีกำลัง มีความสามารถ ติดตามข่าวสารดูว่ามีซุ้มถวายดอกไม้จันทน์อยู่ที่ไหนบ้าง อย่างน้อยทุกเขต ทุกอำเภอใกล้บ้านท่านก็จะมี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาให้มีจิตอาสาที่รับสมัครมาเพื่อช่วยอำนวยในการจัดแถว จัดระเบียบ ดูแลเรื่องการจราจร การพยาบาล เรามีเวลาเกือบตลอดบ่าย ถ้าหากว่าตั้งใจ เท่านี้ก็เห็นไม่เกินกำลัง ไปถวายดอกไม้จันทน์ถวายเป็นพระราชสักการะในวาระที่สุด

ตกเย็นถ้าหากจะอยู่ในพื้นที่ที่มีการถวายดอกไม้จันทน์เหล่านั้น ผมเข้าใจว่าจะมีการจัดจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ถ่ายทอดเหตุการณ์ ถ้าอยู่ร่วมในพื้นที่นั้นได้ ท่านก็จะได้รับความรู้สึก ได้รับบรรยากาศ ได้มีส่วนร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่ถ้าหากอ่อนแรงแล้ว จะกลับมาพักอยู่กับบ้าน ดูถ่ายทอดก็เป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่ง เรื่องนี้ก็แล้วแต่ความพร้อมและความเป็นไปได้ของแต่ละท่าน

เรื่องราวของพระราชพิธีในวันที่ 25-29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยสังเขป
งานพระราชพิธีที่จะมีต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 25-29 ตุลาคม ก็เป็นพระราชพิธีที่จัดเต็มรูปแบบ วันแรกคือวันที่ 25 นั้นเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ คือการบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งใหญ่ ครั้งสำคัญก่อนที่จะถวายพระเพลิง เป็นงานตอนเย็นในวันที่ 25 ในพระบรมมหาราชวัง ตามธรรมเนียมการบำเพ็ญพระราชกุศล มีสวดมนต์ สดับปกรณ์ พระธรรมเทศนา วันรุ่งขึ้น เช้าวันที่ 26 ซึ่งเป็นวันสำคัญที่สุดนั้น เชิญพระบรมโกศออกจากพระบรมมหาราชวัง แล้วก็มาตั้งริ้วขบวนที่เป็นขบวนใหญ่อยู่หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถไปที่ท้องสนามหลวง เมื่อถึงท้องสนามหลวงแล้วก็จะมีการเชิญพระบรมโกศนั้นเวียนพระเมรุมาศ 3 รอบ ครั้งนี้ใช้ราชรถปืนใหญ่ซึ่งเป็นแบบธรรมเนียมที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6 ตั้งเป็นธรรมเนียมไว้ว่าเวลาที่เวียนเมรุมาศนั้นให้ใช้ราชรถปืนใหญ่เพราะทรงเป็นทหาร พระมหากษัตริย์ของเรานั้นทรงเป็นจอมทัพไทย เพราะฉะนั้นก็ทรงมีพระเกียรติยศที่ทรงเป็นประมุขของทหารทั้งหลาย การเวียนพระเมรุมาศด้วยราชรถปืนใหญ่ก็เป็นธรรมเนียมที่ใช้มาหลายรัชกาลแล้ว ในวันที่ 26 ตอนบ่ายจะมีการถวายพระเพลิงแบบที่เป็นพิธีที่สามัญชนเราเรียกกันว่าเผาหลอก และตอนค่ำก็จะเป็นการถวายพระเพลิงจริง ครั้งนี้เราได้ยินข่าวว่ามีประมุขของต่างประเทศหรือผู้แทนระดับสูงหลายประเทศที่จะเดินทางเข้ามาร่วมพระราชพิธีในครั้งนี้ด้วย

ส่วนวันที่ 27 ตอนรุ่งเช้าจะมีงานเก็บพระบรมอัฐิ มีพระภิกษุไปรับพระราชทานฉันภัตตาหาร 3 หาบ นี่เป็นงานเก็บพระบรมอัฐิ แล้วแห่เชิญพระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรังคารกลับเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง พระบรมอัฐินั้นเชิญไปประดิษฐานพักไว้ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ส่วนพระบรมราชสรีรังคารไปพักไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เพราะฉะนั้นวันที่ 27 พิธีการก็คงจะไม่ยาวนัก น่าจะจบที่ 10.00-11.00 น. วันที่ 28 เป็นวันบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระบรมอัฐิ ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วๆ ไป หลังจากผู้เป็นที่รักวายชนม์ไปแล้ว ฌาปนกิจไปแล้วก็จะมีการทำบุญกระดูก เรียกอย่างนั้นก็แล้วกัน นี่ก็เป็นงานบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระบรมอัฐิ งานจะมีวันที่ 28 ตอนเย็นแล้วก็เนื่องไปจนถึงวันที่ 29 ตอนเช้า พระภิกษุที่มางานตั้งแต่วันที่ 28 ตอนเย็นรับพระราชทานอาหารเพลในวันที่ 29 เสร็จเรียบร้อยแล้วเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานบนหอพระบรมอัฐิที่ชั้น 3 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

วันที่ 29 ในตอนบ่ายใกล้เย็น จะเชิญพระบรมราชสรีรังคารที่พักอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งแต่วันก่อน ไปประดิษฐานหรือบรรจุที่ใต้ฐานพุทธบัลลังก์ของพระประธานในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหาร สองวัดต่อเนื่องกัน ริ้วขบวนในวันที่ 29 เป็นขบวนรถยนต์ มีทหารม้านำและตาม

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

โรแมนติกมาก! ‘คิต แฮริงตัน’ พระเอกซีรีส์ Game of Thrones เผยสถานที่สปาร์กรักแฟนสาว ‘โรส เลสลี่’

ไม่เพียงแต่จะเป็นซีรีส์ที่ดังสุดๆ จนทำให้ผู้คนทั่วโลกติดงอมแงมเท่านั้น แต่ Game of Thrones ซีรีส์ยอดนิยมเรื่องนี้ยังทำให้พระเอกเจ้าเสน่ห์คิต แฮริงตัน สปาร์กรักกับโรส เลสลี่ เพื่อนนักแสดงในเรื่องด้วย โดยทั้งคู่สตาร์ทรักมาตั้งแต่ปี 2012 จนล่าสุดเพิ่งประกาศสวมแหวนหมั้นไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นคู่รักที่ไพรเวตมากคู่หนึ่ง แต่คิตก็ยังมีโมเมนต์ที่ออกมาเปิดใจพูดถึงสาวสุดเลิฟแบบโรแมนติกให้เราฟัง โดยเฉพาะสถานที่ที่ทำให้พวกเขาสปาร์กรักกันเนี่ย ฟังแล้วอิจฉาสุดๆ ไปเลย

“ผมรู้สึกว่าการที่ผมกับโรสได้เจอกันในซีรีส์ Game of Thrones นี้เป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ” คิตยังเผยโมเมนต์ที่เขาชอบเป็นพิเศษระหว่างถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้มาถึงซีซั่นที่ 7 แล้วด้วยว่า “ตอนถ่ายซีซั่นที่ 2 ผมและเพื่อนนักแสดงมีโอกาสได้ไปถ่ายทำที่ไอซ์แลนด์ 3 สัปดาห์ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ผมชื่นชอบ เพราะไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่สวยงาม แสงเหนือที่นั่นก็งดงามราวต้องมนต์ และอีกอย่างคือที่นั่นเป็นที่ที่ผมกับโรสตกหลุมรักกัน ถ้าคุณหลงรักใครสักคนแล้วเขาก็มารับบทเป็นคนรักของคุณในซีรีส์ด้วย การตกหลุมรักกันจริงๆ คงเกิดขึ้นได้ง่ายมาก” นอกจากไอซ์แลนด์แล้ว ซีรีส์ Game of Thrones ยังถ่ายทำกันในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ, ไอร์แลนด์เหนือ, แคนาดา, โครเอเชีย, มอลตา, โมร็อกโก, สเปน และสหรัฐอเมริกา

แหม่…ฟังแล้วอยากจะมีโมเมนต์สปาร์กรักหวานๆ แบบนี้อย่างคู่ของคิตกับโรสบ้างจังเลย

[Photo Credit: Instagram/ gameofthrones, bafta, babaktafreshi, indiewire.com, elitedaily.com, businessinsider.com]

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

อาร์ม’ จัดกิจกรรมวันเกิด ‘กรกันต์…กอดกัน Open Arm Charity’ ร่วมสบทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์โรงพยาบาลศิริราช

ใกล้วันเกิดครบรอบ 29 ปี อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ เลยได้ฤกษ์ดีทำดีตามรอย ‘พ่อ’  ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยแท็กทีมแฟนคลับร่วมกันจัดกิจกรรม ‘กรกันต์…กอดกัน Open Arm Charity’ ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันก่อน เพื่อร่วมสมทบทุนเยียวยาผู้เจ็บป่วย ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปร่วมซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ โรงพยาบาลศิริราช งานนี้นอกจากชาว FC อาร์ม สาวกคนรัก ‘หน้ากากระฆัง’ จะได้ฟังเพลงซึ้งๆ จากเจ้าของวันเกิด ยังได้เห็นช็อตประทับใจ ความรักความอบอุ่นที่ครอบครัวสุทธิโกเศศมีให้กันและกัน ก่อนจะถึงช่วงไฮไลท์เด็ดประมูลของรักของหวง ซึ่งหลังจากจบงาน สรุปยอดบริจาคโดยหักค่าใช้จ่ายแล้วเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาทถ้วน

อาร์มเผยว่า “จุดเริ่มต้นมาจากการที่อาร์มได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลศิริราช ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลจะได้เห็นบรรยากาศที่มีผู้คนเจ็บป่วยมารอคิวตรวจ ซึ่งจำนวนคนที่มาหาหมอในแต่ละวันเยอะมากจนน่าตกใจ แต่บุคคลกรทางด้านนี้เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยแล้วถือว่าน้อยมากจริงๆ เพื่อนๆที่เป็นหมอหลายๆคนเล่าให้ฟังว่า แพทย์ 1 คน ต้องรักษาผู้ป่วยอย่างน้อยวันละ 300 คนขึ้นไป เครื่องมือทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอ ทำให้การรักษาล่าช้าและไม่ทั่วถึง อีกทั้งยังได้รู้ข้อมูลมาว่า หลายๆโรคหายไปจากแผ่นดินไทย อย่างโรคเรื้อน เมื่อ 60 ปีก่อน มีคนไทยเป็นโรคเรื้อน 140,000 คน แต่ปัจจุบันเหลือ 400 คน เป็นเพราะพระวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชการที่ 9 พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงเรื่องสาธารณสุขของคนไทย เป็นความรักที่ ‘พ่อ’ มีต่อลูกประชาชนคนไทยทุกคน วันนี้แม้พระองค์ท่านไม่อยู่กับเราแล้ว แต่ในฐานะ ‘ลูก’ คนหนึ่ง อาร์มอยากจะสานต่อทางด้านนี้ อาจจะไม่ได้มากมายยิ่งใหญ่อะไร เป็นแค่จุดเล็กๆส่วนหนึ่ง แต่ก็หวังว่าจะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย เลยใช้โอกาสในวันเกิดปีนี้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อร่วมสมทบทุน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปร่วมซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ โรงพยาบาลศิริราชครับ ต้องขอบคุณทุกแรงใจแรงกำลังรวมถึงแรงบริจาคที่ทำให้ได้ยอดบริจาคถึง 100,000 บาทเข้าโรงพยาบาลศิริราช ขอบคุณมากจริงๆครับ”

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

18 หนุ่มรักสัตว์ ผู้เป็น “ด็อกเลิฟเวอร์” แห่งโลกฮอลลิวูด

ไม่ต้องถึงขั้นหน้าหล่อ ซิกแพคแน่น กล้ามโต เอาจริงๆ แค่เป็นหนุ่ม”หนุ่มรักสัตว์” ก็ถือเป็นเสน่ห์มัดใจสาวได้เหมือนกัน วันนี้้ OK! เราจึงขอนำเสนอ 18 ดาราหนุ่มแห่งโลกตะวันตก ที่หว่านเสน่ห์ด้วยดาเมจความอ่อนโยนของเขาที่มีต่อเจ้าตูบข้างๆ จะมีใครอยู่ในสายตาเราบ้างนั้น มาดูภาพฟินๆ ไปพร้อมกันเลยค่ะ!!

1. เอซรา มิลเลอร์ (Ezra Miller)

2. จอห์น เมเยอร์ (John Mayer)

3. ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling)

4. เลียม เฮมสเวิร์ธ (Liam Hemsworth)

5. คริส เฮมสเวิร์ธ (Chris Hemsworth)

6. เจ้าชายแฮรี่ (Prince Harry)

7. จัสติน เธอโรวซ์ (Justin Theroux)

8. แฮร์รี สไตลส์ (Harry Styles)

9. แซค เอฟรอน (Zac Efron)

10. เดวิด เบคแคม (David Beckham)

  

11. ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds)

12. ทอม ฮาร์ดี้ (Tom Hardy)

13. เอียน โซเมอร์ฮอลเดอร์ (Ian Somerhalder)

14. ฮิว แจ็คแมน (Hugh Jackman)

15. โจ โจนาส (Joseph Jonas)

16. เจ้าชายแฮร์รีแห่งเวลส์ (Prince Henry Charles Albert David of Wales)

Photo by Tim Graham Picture Library/Getty Images)

17. โรเบิร์ต แพททินสัน (Robert Pattinson)

18. ปิดท้ายด้วยความน่ารักจากหนุ่มน้อยของ… 
เจ้าชายจอร์จแห่งเคมบริดจ์ (Prince George of Cambridge)

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

15 เซเลบใจบุญแห่งโลกฮอลลิวูด ผู้จัดตั้งมูลนิธิการกุศลของตัวเอง

เมื่อพูดถึงระดับรายได้ของเหล่าดาราฮอลลิวูด ถ้าจะเรียกว่า “ไม่ธรรมดา” คงดูธรรมดาไป เพราะเม็ดเงินรวมถึงชื่อเสียงที่เข้ามานั้น ล้วนมหาศาล และเพื่อเป็นการตอบแทนสังคม ดาราหลายๆ คนก็เลือกที่จะจัดตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลในการบริจาคเงินก้อนโตจากรายได้ของพวกเขา เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนสิ่งที่พวกเขาสนใจ เรามาดูกันดีว่าว่า 15 ดาราฮอลลิวูดที่เราหยิบยกมานี้ มีใครกันบ้าง…

source : tnoperador.tur.ar

1. JENNIFER LOPEZ
นักร้อง-นักแสดดงสายเลือดละติน ผู้ก่อตั้ง Lopez-Family Foundation ขึ้นมาร่วมกับลินดา น้องสาวของเธอ ในปี 2009 เพื่อมอบการดูทางด้านสาธารณะสุขให้แก่ผู้หญิงและเด็กๆ

source : people.com

2. EVA LONGORIA
ผู้ออกสตาร์ท Eva Longoria Foundation เพื่อสนับสนุนผู้ที่มีสายเลือดละตินเหมือนเธอผ่านการศึกษาและการเป็นผู้ประกอบการ รวมทั้งแก้ไขปัญหาควายากจนของชาวละตินด้วย

source : www.refinery29.com

3. BRAD PITT
Make It Right Foundation มูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไร ที่ก่อตั้งโดยแบรด พิตต์ เมื่อปี 2007 ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะสร้างบ้านให้แก่ชุมชนที่ขาดแคลนในหลายๆ รัฐ โดยเฉพาะครอบครัวที่ประสบภัยเฮอร์ริเคนแคทรินาในนิวออร์ลีนส์เมื่อหลายปีก่อน

source : www.hicpm5.com

4. LADY GAGA
ป๊อปสตาร์มากพรสวรรค์ ที่คุณแม่ของเธอก่อตั้ง Born This Way Foundation ขึ้นในปี 2011 เพื่อสนับสนุนการสร้างแรงบันดาลใจ และมอบพลังให้แก่คนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่ขึ้น

source : www.thedailyply.com

5. OPRAH WINFREY
พิธีกรรุ่นใหญ่ที่นอกจากจะบริจาคเงินเพื่อการกุศลบ่อยๆ แล้ว ยังทำมูลนิธิของตัวเองหลายมูลนิธิด้วยกัน เช่น Oprah Winfrey Foundation ที่เธอจัดตั้งขึ้นเพื่อดูและและมอบการสนับสนุนให้แก่ Leadership Academy for Girls โรงแรียนในแอฟริกา

source : www.elmawke3.com

6. KATHERINE HEIGL
นักแสดงสาวจากหนักรักคอเมดี้ 27 Dresses และคุณแม่ของเธอร่วมกันก่อตั้ง Jason Debus Heigl Foubdation ในนามของพี่ชาย ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 1986 เพื่อยุติความโหดร้ายต่อสัตว์ ซึ่งสาเหตุที่ใช้ชื่อของพี่ชายก็เพราะเขาเป็นคนที่รักสัตว์มากนั่นเอง

source : lifeinsaudiarabia.net

7. LEONARDO DICAPRIO
พระเอกหนุ่มรักษ์โลก ผู้ทำมูลนิธิ Leonardo DiCaprio Foundation ตั้งแต่ 1998 เพื่อมุ่งเน้นการอนุรักษ์และช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องโลกร้อนที่เขาเน้นเป็นพิเศษ

source : mundotkm.com

8. BILL AND MELINDA GATES
สองสามีภรรยามหาเศรษฐีแห่งไมโครซอฟท์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ปรับปรุงบริการด้านสุขภาพ และลดความยากจนของผู้คนในสหรัฐและทั่วโลก รวมทั้งขยายโอกาสในการศึกษา และเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย

source : wallpaperscraft.com

10. SIR ELTON JOHN
ผู้เริ่มจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไร Elton John AIDS Foundation ตั้งแต่ปี 1992 ซึ่งจนถึงตอนนี้สามารถระดมทุนได้แล้วมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

source : www.lacasamorett.com

11. BONO
โบโน ร็อกสตาร์ใจบุญชาวไอริสแห่งวง U2 ได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไรหลายองค์กร รวมถึง ONE Campaign ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนโครงการต่อต้านความยากจนของผู้คนทั่วโลก

source : www.nopeporn.com

12. MICHAEL J.FOX
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ มีมูลนิธิ Michael J.Fox Foundation ซึ่งอุทิศให้แก่การค้นหาวิธีรักษาโรคพาร์กินสัน เนื่องจากเขาเริ่มมีอาการป่วยโรคนี้ ตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งมูลนิธินี้ ถือเป็นผู้มอบทุนให้กับการวิจัยเรื่องโรคพาร์กินสันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ผ่านมาได้มอบเงินทุนเพื่อการวิจัยมาแล้วกว่า 650 ล้านดอลลาร์

Credit: Photo by REX Shutterstock (twipost.com)

13. GEORGE LUCAS
ผู้กำกับเจ้าพ่อ Star Wars ผู้ก่อตั้ง Gerge Lucas Educationl Foundation เพื่อมอบการสนับสนุนทางการศึกษาให้แก่คนรุ่นใหม่ผ่านเว็บไซต์ edutopia.org

source : ftp.playbuzz.com

15. MATTHEW MCCONAUGHEY
แมทธิว และภรรยา คามิลา อัลเวส มีมูลนิธิ Just Keep Livin Foundation เพื่อบริจาคค่าเล่าเรียนให้แก่เด็กขาดแคลนทั่วแอลเอ เท็กซัส (รัฐที่เขาเติบโตมา) และอีกหลายๆ แห่งทั่วสหรัฐ รวมทั้งโครงการเพื่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กๆ ไฮสคูลอีกหลายโครงการ

source : www.thecelebritycastle.com

16. WILL AND JADA PINKETT SMITH
คู่รักเอลิสต์ของฮอลลิวูดที่บริจาคเงินที่ระดมทุนได้จาก Will and Jada Smith Family Foundation ของพวกเขา แก่มูลนิธิดังๆ หลายมูลินิธิบ่อยๆ เช่น Lupus Foundation of America และ Make-A-Wish Foundation ทั้งคู่อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตของโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น สนันบสนุนทั้ง เรื่องศิลปะ การศึกษา ความยั่งยืน และการเสริมสร้างพลังทางสังคม

Comments

comments