เซอร์ไพรส์แฟนหนัง! เจมี่ ดอร์แนน ร้องเพลงประกอบหนัง Fifty Shades Freed

ภาคจบที่สาวๆ ทั่วโลกรอคอย Fifty Shades Freed หนังอีโรติกดราม่าเรื่องดัง นำแสดงโดยพระเอกสุดหล่อเจมี่ ดอร์แนน และนางเอกสาวแสนเย้ายวนดาโกตา จอห์นสัน เตรียมเข้าฉายในเดือน ก.พ. นี้ แต่ที่พิเศษกว่าภาคไหนๆ คือครั้งนี้เจมี่ หรือมิสเตอร์คริสเตียน เกรย์ เจ้าเสน่ห์ในเรื่อง มีโบนัสพิเศษมาฝากแฟนๆ เมื่อเขาร่วมร้องหนึ่งในเพลงซาวนด์แทร็กของหนังด้วย ชื่อเพลง “Maybe I’m Amazed” ต้องบอกว่าเจมี่ก็มีโปรไฟล์เคยเป็นนักร้องมาก่อนด้วยนะ โดยสมัยวัยรุ่นเขาเคยเป็นนักร้องอยู่ในวงโฟล์คชื่อ Sons of Jim มาก่อนจนกระทั่งยุบวงไปในปี 2008 ตอนพูดว่าเสียงเซ็กซี่แล้ว ตอนร้องเพลงเสียงของเจมี่จะเซ็กซี่ขนาดไหน ต้องมาลองฟังกันดูค่าสาวๆ แล้วเตรียมไปฟังแบบให้ได้ฟีลกันอีกครั้งตอนหนังลงโรงฉายนะจ๊ะ

ภาพจากหนัง Fifty Shades Freed

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

เส้นทางดนตรีจากเอเชียสู่เวทีโลกของ ONE OK ROCK ก่อนไปมันส์วันที่ 18 ม.ค.

อีกหนึ่งแบบอย่างที่พิสูจน์แล้วว่า อะไรดีๆ ก็เกิดขึ้นได้เมื่อมีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ดังเช่น 4 หนุ่ม Taka (ทากะ – ร้องนำ), Toru (โทรุ – กีต้าร์), Ryota (เรียวตะ – เบส) และ Tomoya (โทโมยะ – กลอง) แห่ง ONE OK ROCK วงดนตรีร็อกเจ้าของเจตนารมณ์ที่จะทำอัลบั้มชุดล่าสุด “Ambitions” ออกมาให้เราทุกคนสามารถร้องเพลงไปด้วยกันได้ทั้งคนบนเวทีและด้านล่าง ซึ่ง ณ วันนี้พวกเขาก็ได้ลงมือทำจนสำเร็จดังที่ตั้งใจแล้ว ด้วยการออกทัวร์คอนเสิร์ตพาผลงานเพลงอัลบั้มดังกล่าวไปส่งเสียงร็อกร่วมกับแฟนๆ ทั่วโลก 71 รอบการแสดง (รวมประเทศไทย และอาจมีเพิ่มเติมหลัง)

ถ้าอัลบั้ม “35xxxv” เมื่อปี 2015 คือความเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับแฟนๆ ในฐานะผลงานเพลงภาษาอังกฤษล้วนอัลบั้มแรก ตามด้วยเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตที่ถือเป็นการประกาศว่า “เราจะบุกโลก” พร้อมโกอินเตอร์อย่างจริงจัง!! อัลบั้ม “Ambitions” ที่ตามมาในช่วงต้นปี 2017 ก็คือการหยั่งรากฐานอันมั่นคงในตลาดดนตรีตะวันตกของร็อกแบนด์ฝีมือเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่นที่ชื่อ ONE OK ROCK นั่นเอง

“Ambitions” คือสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 8 ของ ONE OK ROCK ที่ปล่อยเพลงนำร่องมาในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นกับสังกัด A-Sketch ก่อนจะตามด้วยเวอร์ชั่นอินเตอร์เนชั่นแนลภายใต้สังกัดใหญ่ขวัญใจสายอัลเทอร์เนทีฟอย่าง Fueled By Ramen ซึ่งมีรายชื่อศิลปินอย่าง Paramore, Twenty One Pilots, Panic! at the Disco อยู่ในอ้อมอก แล้วยังเป็นค่ายลูกของ Warner Music ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย เพียงแค่ซิงเกิลแรก “Taking Off” ก็ได้ใจแฟนเพลงไปเต็มๆ เช่นเคย จากนั้นแต่ละซิงเกิลที่ทยอยปล่อยตามมาทั้ง “Bedroom Warfare”, “I Was King”, “We Are” ก็ล้วนแต่ได้รับฟีดแบคชนิดที่ว่าท่วมท้น

ONE OK ROCK

ONE OK ROCK

การทำงานในอัลบั้ม Ambitions เริ่มขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2016 ทิ้งห่างจากอัลบั้ม 35xxxvประมาณ 1 ปี “35xxxv เป็นอัลบั้มแรกที่เราบันทึกเสียงกันในอเมริกา ก็เลยต้องใช้เวลาในการปรับตัวและหาแนวทางอยู่สักหน่อยก่อนจะเข้าที่เข้าทาง” ทากะ เล่า “แต่กับ Ambitions เราแค่รวบรวมสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาประยุกต์และใส่มันลงไปในอัลบั้ม แน่นอนว่าเราร่วมงานกับโปรดิวเซอร์เก่งๆ หลายคน แต่การโปรดิวซ์ด้วยตัวเองก็ยังคงเป็นกุญแจหลักของเรา เพราะมีแต่เราที่รู้ดีที่สุดว่าอยากได้อัลบั้มแบบไหน และต้องทำยังไงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในแบบที่พวกเราต้องการ”

นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ONE OK ROCK ยังได้ร่วมงานกับศิลปินอย่าง 5 Seconds of Summer รวมทั้ง Avril Lavigne ซึ่งมาร้องเพลง “Listen” เวอร์ชั่นพิเศษในอัลบั้ม “Ambitions (Japan Edition)” เป็นการตอกย้ำถึงความจริงจังและมุ่งมั่นของพวกเขาที่จะนำพาดนตรีของตัวเองออกสู่ผู้ฟังทั่วโลก แต่ถึงกระนั้นทากะก็ย้ำชัดว่าการทำงานกับใครต่อใครเป็นเรื่องที่เขาไม่ได้คิดคำนวณมาก่อนว่า ‘ต้องทำ’ หากแต่มันเป็นไปโดยธรรมชาติ ตามประสาเพื่อนนักดนตรีที่ถูกคอกันเท่านั้นเอง

“เราออกทัวร์กับ 5 Seconds of Summer จนซี้ปึ้ก พอจะจบทัวร์เลยคุยว่ามาทำอะไรด้วยกันหน่อยไหม เราส่ง “Take What You Want” ไปให้ พวกเขาก็เติมส่วนของตัวเองส่งกลับมา และผมว่ามันออกมาเจ๋งมากเลยนะ” เขาย้ำ “สำหรับแอวริล เราได้เจอเธอตอนทัวร์เหมือนกัน ก่อนนั้นเคยเจอเธอแบบเร็วๆ ครั้งหนึ่งที่ญี่ปุ่น แต่ครั้งนี้มีเวลาได้ชิลล์ๆ ได้นั่งคุยกัน แล้วก็ติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนผมส่งไอเดียเกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ไปให้เธอ และเธอก็บอกว่าชอบเพลง “Listen” มานั่งคิดๆ ดู ทุกคนที่ร่วมงานกับเราเป็นคนที่เราได้เจอตอนออกทัวร์และก็กลายเป็นเพื่อนกันหมดเลย เป็นอะไรที่ไม่ได้ตั้งใจหรือบีบบังคับว่าต้องทำ แต่เป็นไปโดยธรรมชาติ ซึ่งผมว่ามันจะแสดงให้เห็นได้ชัดในงานเพลง”

ทากะยังเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Kerrang! ของประเทศอังกฤษเมื่อปลายปี 2016 ด้วยว่า ธีมของอัลบั้ม “Ambitions” ประกอบด้วย 3 สิ่งคือ “ความหวัง ความทะเยอทะยาน และการร้องเพลงด้วยกัน” และเขายืนยันว่า ONE OK ROCK มาถึงจุดที่ “ต้องการตีตลาดใหม่ๆ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก” ความทะเยอทะยานจากภายในนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ ตรงกันข้ามมันคือตัวผลักดันให้พวกเขาเดินหน้าทำในสิ่งใหม่ๆ และประสบความสำเร็จ ซึ่งกลายมาเป็นธีมของอัลบั้ม “Ambitions” รวมทั้งการเลือกใช้สีเหลือง-สีแห่งความหวังบนหน้าปก พร้อมความใส่ใจในทุกรายละเอียดของดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของคอรัส

ONE OK ROCK

ONE OK ROCK

“ผมอยากทำอัลบั้มที่เราทุกคนสามารถร้องเพลงไปด้วยกันได้” ทากะ ยืนยัน “การได้รวมจิตรวมใจร้องเพลงเกี่ยวกับความหวังด้วยกันทั้งคนบนเวทีและด้านล่าง เราหวังว่ามันจะช่วยตอกย้ำความสำคัญของการที่ไม่ว่ายังไงเราจะต้องไม่ยอมแพ้”

ในประเทศญี่ปุ่น อัลบั้ม “Ambitions” เปิดตัวที่อันดับ 1 ในโอริกอนชาร์ตประจำวันพร้อมยอดขาย 102,408 แผ่น ต่อเนื่องด้วยการขึ้นครองอันดับ 1 โอริกอนประจำสัปดาห์กับยอดขายกว่า 232,710 แผ่น กลายเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ครั้งที่ 2 ของวง และทำสถิติเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ทำยอดขายสูงสุดในสัปดาห์แรกของวงอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นพวกเขายังพาอัลบั้ม Ambitions ไปไกลถึงขีดสุด ด้วยการทยานขึ้นครองอันดับ 1 ใน Global Album Chart โดยมียอดขายอัลบั้มและยอดดิจิทัลดาวน์โหลดทั่วโลกรวมถึง 315,000 อัลบั้ม

แน่นอนว่าเมื่อเป็นวงดนตรีร็อก หลังออกอัลบั้มจะต้องมีการออกทัวร์คอนเสิร์ต และกลับมาหนนี้ ONE OK ROCK ก็จัดเต็มทั้งในบ้านเกิดด้วย AMBITIONS JAPAN TOUR 2017 จำนวน 32 รอบทั่วประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะข้ามซีกโลกไปทัวร์อเมริกาเหนืออีก 6 รอบใน AMBITIONS NORTH AMERICA TOUR 2017 ต่อด้วย AMBITIONS WORLD TOUR 2017 จำนวน 11 รอบ (ยกเลิกประเทศเม็กซิโก เพราะเหตุการณ์แผ่นดินไหว) แล้วปิดท้ายปีที่ยุโรปกับ AMBITIONS EUROPEAN TOUR 2017 จำนวน 16 รอบ

ONE OK ROCK

ONE OK ROCK

และพรุ่งนี้เป็นคิวของ AMBITIONS ASIA TOUR 2018 ซึ่งตามที่ทราบกันดีแล้วว่าจะเริ่มต้นเปิดฉากขึ้นที่ประเทศไทยของเรา ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคมนี้ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ที่พวกเขาจับมือผู้จัดรู้ใจเจ้าเดิม บริษัท อาวาลอน ไลฟ์ จำกัด (Avalon Live Co., Ltd.) ร่วมกับกลุ่ม อะมิวซ์ (Amuse) แห่งประเทศญี่ปุ่น เตรียมประเดิมหัวปี 2018 กับคอนเสิร์ต ONE OK ROCK AMBITIONS ASIA TOUR 2018 Live in Bangkok ตามด้วยสิงคโปร์ ไต้หวัน  ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง และประเทศอื่นๆ ที่จะทยอยประกาศเพิ่มเติม ถือเป็นการกลับมาเยือนไทยในรอบ 2 ปี พร้อมการเติบโตของทั้ง ONE OK ROCK และแฟนเพลงที่น่าจับตามองยิ่งนัก

ONE OK ROCK
ทากะ นักร้องนำวง ONE OK ROCK ก่อนบินมาระเบิดความมันส์ในคอนเสิร์ตที่เมืองไทย

ใครมีบัตรคอนเสิร์ตอยู่ในมือแล้ว พรุ่งนี้ (วันที่ 18 มกราคม) เตรียมไปดูสุดยอดการแสดงสดของวงที่ชื่อว่า ‘ยอดเยี่ยมที่สุดวงหนึ่งของโลก’ อย่าง ONE OK ROCK กันได้เลย

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

เร็น ไอดอลสุดฮอตวง NU’EST เซอร์ไพรส์! รับเล่น ซิทคอม ไทย

แค่จะคว้าตัวมาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเราก็ยากแล้ว แต่ล่าสุดหนุ่มหล่อหน้าสวย เร็น แห่งวง NU’EST กลับเซอร์ไพรส์แฟนคลับชาวไทย ด้วยการตกปากรับคำมาป่วน เอ๊ย…เป็นแขกรับเชิญสุดพิเศษให้ ซิทคอม อารมณ์ดี เรื่อง ครอบครัวตัวสลับ ซีซั่น 2 ย้ำว่าเป็นซิทคอมไทย!! และงานนี้ก็ต้องยกความดีให้กับ พี่เอ๋-ศุภกร เหรียญสุวรรรณ ผู้กำกับมือฉมังและหัวเรือของ ‘เลยดูดี สตูดิโอ’ ที่ขยันชวนหนุ่มฮอตเบอร์แรงจากนานาชาติมาเพิ่มดีกรีความสนุกในซิทคอมเรื่องนี้กันแทบทุกตอน

เรน คือหนึ่งในสมาชิกวง NU’EST ที่เพิ่งคว้าอันดับ 1 ของชาร์ทเพลงในรายการดัง Mnet Mcountdown และ Music Bank โดยเจ้าตัวคอนเฟิร์มแล้วว่าจะบินด่วนมาป่วนหัวใจสาวไทย เพื่อถ่ายซิทคอมพร้อมลงจอในปลายเดือนมกราคมนี้แน่นอน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการบินเดี่ยวมารับงานในเมืองไทยของ เรน ก็ว่าได้ เรียกว่าเตรียมเป็นกำลังใจให้เขากันได้เลย แล้วมาลุ้นกันว่าหนุ่มหล่อของเราจะมาป่วนบ้านสุทธิรักษ์ในรูปแบบไหน หรือใครกันแน่ที่จะเป็นคนโดนป่วน…

ติดตามซิทคอม ครอบครัวตัวสลับ ซีซั่น 2 ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 11.00 น. ทางช่อง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และติดตามชมย้อนหลังได้ที่ www.myyuwang.com  …ฮาด้วย ฟินด้วย งานดีแบบนี้พลาดไม่ได้นะคะคุณ…

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

9 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ของ Imagine Dragons และเคล็ดลับความสำเร็จของวงดนตรีร็อคแห่งปี 2017

ในปี 2012 เพลงจังหวะฮึกเหิมอย่าง “Radioactive” สร้างปรากฏการณ์ด้วยการติดชาร์ทบิลบอร์ดเป็นเวลายาวนานถึง 87 สัปดาห์ จนทำให้นิตยสารเพลงในตำนาน Rolling Stone ยกให้เป็นเพลงร็อคที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี 2013 ชื่อเสียงและความนิยมในครั้งนั้นส่งผลให้นักฟังมากมายเริ่มรู้สึกคุ้นหูกับชื่อของ Imagine Dragons วงอัลเทอร์เนทีฟร็อคจากลาสเวกัสมากขึ้น! พร้อมกับได้ยินเพลงดังจากงานเพลง 2 อัลบั้มแรก อย่าง Night Visions (2012), Smoke + Mirrors (2015) จนทำให้เพลงของพวกเขาติดอยู่ในลิสต์เพลงโปรดของแฟนเพลงทั่วโลก ทั้ง “It’s Time”, “On Top of the World”, “Demons”, “I Bet My Life” ฯลฯ

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ สมาชิก 4 คนของวง ทั้งแดน เรย์โนลด์ส นักร้องนำ, เวย์น เซอร์มอน มือกีตาร์, เบน แมคคี มือเบส และแดเนียล แพลตซ์แมน มือกลอง ก็ยังฝีมือดีไม่มีตก พวกเขาเพิ่งปล่อยอัลบั้มที่ 3 Evolve พร้อมส่งเพลงฮิตที่ติดทั้งชาร์ทและติดหูคนฟัง ไม่ว่าจะเป็น “Thunder” หรือ “Believer” ให้ประสบความสำเร็จในวงกว้าง อีกทั้งบิลบอร์ดยังยกให้ Imagine Dragons เป็นวงร็อคประจำปี 2017 อีกด้วย วงนี้มีเรื่องน่าสนใจและเซอร์ไพรส์หลายเรื่องทีเดียวเชียว มาทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้นอีกนิดกัน!

แดน เรย์โนลด์ส นักร้องนำ
เวย์น เซอร์มอน มือกีตาร์
เบน แมคคี มือเบส
แดเนียล แพลตซ์แมน มือกลอง

INTERESTING FACTS (#THEMOREYOUKNOW)

1.เพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “Radioactive” ขายได้มากกว่า 8 ล้านก๊อปปี้ในอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่เยอะมากๆ ทั้งยังติดชาร์ท Billboard Hot 100 ติดต่อกันนานกว่า 1 ปี!

2.สมาชิกทุกคนของวงเรียนที่ Berklee College of Music ยกเว้นแดนซึ่งเรียนที่ University of Nevada ก่อนจะย้ายไปเรียนที่ Brigham Young University แต่สุดท้ายก็ดรอปเรียนเพื่อสานฝันทำงานเพลงเต็มตัว

3.หนุ่มแดนเป็นชาวเนวาดาของแท้ (จากลาสเวกัส) เขาเป็นชาวเนวาดารุ่นที่ 4 ของครอบครัว ไม่น่าเชื่อว่าเขามีพี่น้องทั้งหมด 9 คน โดยเป็นลูกคนที่ 7!

4.เห็นติสต์ๆ ร็อคๆ แบบนี้ ตอนอายุ 19 ปี แดนเคยอาสาสมัครไปรับหน้าที่เป็นมิชชันนารีเต็มตัวในรัฐเนแบรสกานาน 2 ปี

5.นี่เป็นอีกเรื่องที่รู้แล้วเซอร์ไพรส์มาก! เห็นอยู่บนเวทีเอ็นเตอร์เทนคนดูสุดฤทธิ์ ส่งต่อพลังบวกและความไฮเปอร์ให้ตลอด แต่ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มแดนเคยเผชิญกับโรคซึมเศร้ามาก่อน! และเขาก็แต่งเพลง “It’s Time” ตอนที่อยู่ในห้องครัว เขาเผยกับนิตยสาร Billboard ว่า “ตอนนั้นผมพยายามแต่งเพลงให้ตัวเอง ผมต้องต่อสู้กับโรคซึมเศร้าและความวิตกกังวล สิ่งเหล่านั้นกระตุ้นให้ผมแต่งเพลงนี้ขึ้นมา แค่รู้ว่าใครฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกคลิก ผมก็ดีใจแล้ว” แดนยังเผยว่า “ยอมรับว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน การรับมือกับเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก แต่ตอนนี้ผมอยู่ในจุดที่ไม่ได้มองว่าโรคและอาการเหล่านี้คือความอ่อนแอ แต่มองว่ามันคือส่วนหนึ่งในตัวตนของผมด้วย”

6.เพลง “I Bet My Life” พูดถึงความสัมพันธ์ที่มีทั้งดีและไม่ดีของแดนกับพ่อแม่ของเขา แต่ก็บ่งบอกถึงความผูกพันที่พวกเขามีให้แก่กัน ส่วนเพลง “Believer” ว่ากันว่าได้แรงบันดาลใจมาจากการป่วยโรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis) ซึ่งคือโรคข้อต่ออักเสบประเภทหนึ่งของแดน เขาบอกว่าเพลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด และมุมมองที่ว่าเขาเองก็ต้องขอบคุณความเจ็บปวดที่เปลี่ยนเขาให้เป็นคนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

7.สมาชิกวงนี้ชอบฟังเพลงฮิปฮอปมากและมีดนตรีฮิปฮอปเป็นแรงบันดาลใจด้วย “เราเป็นแฟนเพลงของเคนดริค ลามาร์ ตอนเดินสายทัวร์ก็เปิดเพลงของเขาฟังตลอด เราได้รับอิทธิพลจากดนตรีฮิปฮอปมากกว่าวงร็อคทั่วไปเสียอีก เพลงของเคนดริคเรียลมากๆ”

8.แดน นักร้องนำของวงแต่งงานแล้วกับเอยา วอล์คแมน ในปี 2011 ซึ่งเธอก็เป็นศิลปินเช่นกัน โดยเป็นนักร้องนำในวงชื่อ Nico Vega เธอกับแดนยังทำวงดูโอด้วยกันในนาม Egyptian ด้วย ปัจจุบันทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 3 คน ชื่อแอร์โรว์ และฝาแฝดชื่อโคโคและจีอา

9.ปัจจุบันเวลาเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต ทางวงจะมีเทรนเนอร์และนักโภชนาการเดินทางไปด้วย เพื่อดูแลเรื่องสุขภาพและร่างกายให้แก่พวกเขา

THEIR KEYS TO SUCCESS

กว่าจะเป็นวงร็อคที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ มาดูกันว่า Imagine Dragons มีเคล็ดลับความสำเร็จอะไรที่อยากแชร์ให้เราฟัง และทำไมชาวมังกรถึงทำเพลงได้ถูกใจคนฟังเสมอ

1.ทัศนคติในการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง

“ในฐานะศิลปิน คุณไม่อยากให้เพลงของคุณหยุดนิ่ง ถ้าคุณไม่ผลักดันตัวเองและแฟนเพลง ก็แสดงว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาทางศิลปะที่หาทางออกไม่ได้ เราจึงเลือกทำเพลงที่รู้สึกว่าอยากทำ ไม่ว่ามันจะออกมาในสไตล์ไหน การตัดสินใจนั้นให้อิสระแก่เรา” ทัศนคตินี้ทำให้เพลงของ Imagine Dragons มีสีสันที่หลากหลายและแตกต่างจากวงดนตรีอื่นๆ ทำให้แฟนเพลงคาดหวังว่าจะเจอสิ่งใหม่ๆ จากงานเพลงพวกเขาได้เสมอ

2.ใช้ปริศนาลับสื่อสารกับแฟนเพลง

วิธีการครองใจแฟนเพลงที่ดีที่สุดคือการสื่อสารกับพวกเขาอย่างจริงใจ ซึ่งชาวมังกรก็มีวิธีที่ฉลาดมากในการสื่อสารกับแฟนๆ โดยพวกเขามักจะใส่ปริศนาไว้ในเนื้อเพลงและเอ็มวี เพื่อให้แฟนเพลงพยายามหาคำตอบ “มันคือการสื่อสารกับแฟนเพลงด้วยภาษาที่สามารถเข้าใจกันได้ทั้งสองฝั่ง เป็นเหมือนโค้ดลับระหว่างพวกเรา แฟนเพลงของเราสนุกกับการพยายามหาคำตอบ” หนุ่มๆ วง Imagine Dragons กล่าว

3.ทำและปล่อยเพลงใหม่ตลอดเวลา

แม้ในช่วงที่ไม่ได้ปล่อยอัลบั้มใหม่ออกมา เราก็ยังสามารถได้ยินเสียงของแดน เรย์โนลด์ส ได้เสมอ เพราะชาวมังกรมีเพลงประกอบหนังฟอร์มยักษ์มากมาย ไม่ว่าจะเพลง “Who We Are” ใน The Hunger Games: Catching Fire, เพลง “Ready Aim Fire” ใน Iron Man 3, เพลง “Battle Cry” ใน Transformers: Age of Extinction, เพลง “Sucker for Pain” ใน Suicide Squad, เพลง “Levitate” ใน Passengers ฯลฯ นั่นยิ่งทำให้สไตล์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Imagine Dragons ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของแฟนเพลง ความสามารถในการสร้างและผสมแนวดนตรีทันสมัย เพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ๆ กับการเรื่องเล่าในเพลงที่เข้าถึงคนฟังได้ทุกยุคสมัย สิ่งเหล่านี้ทำให้ Imagine Dragons กลายเป็นวงในใจของใครหลายๆ คน

[Photo Credit: Live Nation BEC-Tero, Instagram/ imaginedragons/ kendricklamar/ danreynolds]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/

♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/

♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

บทเพลงเปลี่ยนชีวิตของ 6 ศิลปินชื่อดังระดับโลก

1.ALICIA KEYS

ศิลปินสาวเสียงคุณภาพอลิเชีย คีย์ส และหนึ่งในโค้ชรายการ The Voice อเมริกา เปิดใจถึงอัลบั้มที่เปลี่ยนชีวิตของเธอ “อัลบั้ม What’s Going On ของมาร์วิน เกย์ คือผลงานมาสเตอร์พีซ ทุกเพลงของเขาท่วมท้นไปด้วยจิตวิญญาณและความจริงแท้ ฉันไม่มีทางลืมครั้งแรกที่ฉันฟังอัลบั้มนี้ เพราะมันเปลี่ยนชีวิตของฉันไปตลอดกาล ความจริงของชีวิตถูกสอดแทรกอยู่ในทุกตัวโน้ตและเนื้อเพลงทุกเพลงในอัลบั้ม ผ่านไป 46 ปี ข้อความของเพลงต่างๆ ในอัลบั้มยังคงจริงมากๆ และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต ฉันรักคุณมาร์วิน”

Top of Form

Bottom of Form

2.MATT BELLAMY

แมตต์ เบลลามี่ นักร้องนำและมือกีตาร์สุดเท่แห่งวงร็อกแห่งยุค Muse เผยว่า “เพลง “Blue Valentines” ของทอม เวตส์ มีท่อนเนื้อร้องที่ดีที่สุดอยู่ และเนื้อเพลงที่ดีของเพลงนี้ ก็เปลี่ยนชีวิตและมุมมองของผมที่มีต่อความรัก ความสัมพันธ์ และผู้หญิง เพลงนี้บอกทุกอย่างที่ผมรู้สึกในอดีต งานเพลงของทอม เวตส์ มีอิทธิพลต่อ Muse เป็นอย่างมากในแง่ที่ว่าเขาใช้เสียงและองค์ประกอบอะไรหลายๆ อย่างในการสร้างบรรยากาศของเพลงและโชว์ แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นคุณอาจจะไม่ได้ยินในงานเพลงของ Muse ก็ตาม”

3.BRANDON FLOWERS

แบรนดอน ฟลาวเวอร์ส ฟรอนต์แมนมีสไตล์จากวงดังจากลาสเวกัส The Killers บอกว่า “ผมยังจำตอนที่ได้ยินเพลง “Changes” ของเดวิด โบวี่ ได้ ตอนแรกผมคิดว่าบ๊อบ ดีแลน ร้อง มารู้เอาตอนหลังว่านั่นเป็นเพลงของโบวี่และมาจาก Hunky Dory อัลบั้มที่ 4 ของเขา นี่เป็นอัลบั้มที่สำคัญที่สุดสำหรับผม เป็นอีกหนึ่งสุดยอดอัลบั้มเลยล่ะ”

 

4.CALVIN HARRIS

ตอนนี้คาลวิน แฮร์ริส อาจจะขึ้นแท่นดีเจและโปรดิวเซอร์สาวอีดีเอ็มแถวหน้าของโลกไปแล้วกับเพลงฮิตที่ใครๆ ก็จำได้ของเขา ดีเจหนุ่มชาวสกอตบอกว่า “We Found Love” เพลงที่เขาร่วมฟีเจอริงกับนักร้องสาววูเปอร์สตาร์อย่างริอานน่าเปลี่ยนชีวิตเขา คาลวินยกเครดิตให้กับริอานน่า และบอกว่าเธอคือผู้จุดพลุให้เขาเป็นที่รู้จักในระดับเมนสตรีม “เพลงนี้เปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตผมอย่างสิ้นเชิง ในอเมริกา ที่จริงผมปล่อยเพลง “Feel So Close” ออกมาก่อนเพลง “We Found Love” ราว  3 เดือนได้ แต่พอเพลง “We Found Love” เริ่มดัง คลื่นวิทยุต่างๆ ก็เริ่มเปิดเพลง “Feel So Close” ราวกับเพลงนี้เป็นซิงเกิลที่ปล่อยออกมาทีหลัง “We Found Love” ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ขึ้นชาร์ตเพลงและขายได้หลายก๊อปปี้ คลื่นวิทยุอยากเปิดเพลงผมราวกับผมเป็นศิลปินหน้าใหม่ ทั้งๆ ที่แต่ก่อนพวกเขาไม่เปิดเพลงผมเลย เพลงนี้จึงเปลี่ยนชีวิตผมในหลายๆ ด้าน”

5.SAM SMITH

เมื่อถามถึงเพลงที่เปลี่ยนชีวิตเขา แซม สมิธ ป๊อปสตาร์เสียงคุณภาพเจ้าของเพลงดังติดชาร์ตเพียบ ทั้ง “Stay with Me”, “I’m Not the Only One”, “Lay Me Down”, “Too Good at Goodbyes” ให้คำตอบว่า “เพลง “Lay Me Down” จากอัลบั้มแรก In the Lonely Hour เปลี่ยนชีวิตผม นี่เป็นเพลงแรกที่ผมแต่งในอัลบั้มนี้ ส่งผลทางด้านจิตใจอย่างลึกซึ้งต่อผม และสอนบทเรียนแก่ผมในทุกๆ วัน เพลงนี้เปลี่ยนชีวิตผมและทำให้ตระหนักว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับนักร้องคือเสียงร้อง จิตวิญญาณ และอินเนอร์ในเพลงที่ร้อง ไม่ใช่รูปร่างหน้าตา”

 

6.CALEB FOLLOWILL

ฟรอนต์แมนแห่งวงร็อกแถวหน้าของอเมริกาคาเลบ ฟอลโลวิลล์ แห่งวง Kings of Leon ตอบสั้นๆ ถึงเพลงที่เปลี่ยนชีวิตเขา รวมทั้งเพื่อนสมาชิกในวง “เพลง “Sex on Fire” ที่ปล่อยออกมาในปี 2008 ค่อนข้างเปลี่ยนชีวิตของพวกเรา ผมบอกได้เลยว่าก่อนที่เราจะปล่อยเพลงนี้ออกมา ผมไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อเสื้อสเวตเตอร์ดีๆ ใส่เลยด้วยซ้ำ” วงนี้อยู่ในมิวสิกซีนมากหลายปี และล่าสุด Kings of Leon เพิ่งปล่อยอัลบั้มที่ 7 Walls เมื่อเดือนตุลาคมในปี 2016

[Photo Credit: Instagram/ aliciakeys, mattbellamy, thekillers, calvinharris, samsmithworld, kingsofleon]

 

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

 

Comments

comments

โรแมนติกไปให้สุด กับเพลงรักสุดหวาน “Perfect” 3 เวอร์ชั่น 3 สไตล์ของเอ็ด ชีแรน

ขึ้นแท่นอีกหนึ่งเพลงรักสุดหวานของปี 2017 ได้เลย สำหรับเพลง “Perfect” ของเอ็ด ชีแรน นักร้องชื่อดังชาวอังกฤษ เพราะเนื้อเพลงหวานมากอะไรมาก บอกให้คนรักรู้ว่าไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร ก็เพอร์เฟ็กต์ที่สุดแล้วในสายตาของเขา แถมร้องคนเดียวอาจจะยังไม่จุใจ หนุ่มเอ็ดเลยจัดมาให้แฟนๆ ได้ฟังถึง 3 เวอร์ชั่น 3 สไตล์ ซึ่งขอบอกว่าเพราะทุกเวอร์ชั่น! ตั้งแต่เวอร์ชั่นร้องเดี่ยวของเอ็ดที่เหมาะมอบให้แฟนสาว พร้อมมิวสิกวิดีโอหนาวๆ หากแต่อบอุ่นและน่ารักสุดๆ, เวอร์ชั่นดูเอตกับบียอนเซ่ ป๊อปสตาร์ ที่ให้อารมณ์หนุ่มสาวกำลังอินเลิฟและบอกรักกันในชื่อ “Perfect Duet” และที่สุดแห่งความเซอร์ไพรส์คือการที่เอ็ดเชื้อเชิญอันเดรอา โบเชลลี นักร้องโอเปราชื่อดังชาวอิตาเลียน มาโชว์พลังเสียงชวนขนลุกของเขาตั้งแต่คำแรกที่ร้องใน “Perfect Symphony” ดนตรีอลังการ ฟังแล้วรู้สึกฟินในพลังของเสียงดนตรี แถมเพลงนี้เอ็ดยังโชว์ความสามารถร้องท่อนภาษาอิตาเลียนด้วยนะ มาลองฟังกันว่าเวอร์ชั่นไหนถูกใจคุณที่สุด

1.”Perfect” 

2.“Perfect Duet” (with Beyonce) 

3.“Perfect Symphony” (with Andrea Bocelli) 

[Photo Credit: Instagram/ teddysphotos, andreabocelliofficial, beyonce]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/

 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/

 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

 Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

จากนักร้องคันทรีสู่ป๊อปสตาร์สุดฮอต หลายเรื่องราวที่เปลี่ยนไปของเทย์เลอร์ สวิฟต์

เวลาและการเปลี่ยนแปลงเป็นของคู่กัน หากถามว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ชีวิตของคนดังคนไหนที่เปลี่ยนไปมาก คนหนึ่งที่เรานึกถึงคือป๊อปสตาร์สาวสวยหุ่นเป๊ะเทย์เลอร์ สวิฟต์ นี่เลย! จากเด็กสาวที่อยากสานฝันการเป็นนักร้องโดยย้ายจากรัฐเพนซิลเวเนียไปใช้ชีวิตในแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี่ เมืองที่เป็นศูนย์กลางของเพลงคันทรี จนโชคชะตา ความฝัน พลังจากแฟนเพลง ความมุ่งมั่น และพัฒนาการ ผลักดันให้ทุกวันนี้ชื่อของเทย์เลอร์ สวิฟต์ เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นสาวสวยป๊อปสมัยเรียน ขึ้นแท่นโกลบอลป๊อปซูเปอร์สตาร์ที่มีแฟนคลับมากมาย (แต่ก็มีคนหมั่นมากมายเช่นกัน!) โดยเบนเข็มจากนักร้องสาวสไตล์คันทรีมาเป็นป๊อปสตาร์สุดฮอตที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึง เธอมีการเปลี่ยนแปลงทั้งแนวเพลง มิวสิกวิดีโอ และสไตล์การแต่งตัวจนหลายคนสังเกตได้ ปัจจุบันชีวิตของเทย์เลอร์มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง เงินทอง รางวัล ความสำเร็จ และแฟนคลับที่คอยซัพพอร์ตเธอตลอด คอนเฟิร์มได้เลยว่านักร้องสาววัย 28 ปีหมาดๆ คนนี้มาไกลมาก ชีวิตเธอช่างดูเกินฝัน แต่ภายใต้ภาพลักษณ์และงานเพลงที่เปลี่ยนไป ยังมีอีกหลายเรื่องของเทย์เลอร์ที่ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะทัศนคติ จิตใจที่ดี มิตรภาพกับเพื่อนซี้วัยเยาว์ ความรักที่มีต่อแฟนคลับ ฯลฯ มาดูกันว่าเรื่องอะไรของเทย์เลอร์ที่ ‘เปลี่ยนไป’ และอะไรที่ ‘ยังเหมือนเดิม’ บ้าง

MANY THINGS HAVE CHANGED

หลายเรื่องที่เปลี่ยนไป

GOODBYE COUNTRY, HELLO POP MUSIC

ย้อนกลับไปในปี 2006 ตอนนั้นเทย์เลอร์มีผลงานอัลบั้มแรกชื่อ Taylor Swift ออกมา, ตามด้วย Fearless ในปี 2008, Speak Now ในปี 2010, Red ในปี 2012, 1989 ในปี 2014 และล่าสุดกับอัลบั้มที่ 6 Reputation ที่ปล่อยให้แฟนคลับได้ฟังกันในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เทย์เลอร์เริ่มต้นจากการเป็นนักร้องสาวคันทรีจ๋า ก่อนจะเปรี้ยงจากเพลงที่พูดถึงความรักสมัยเรียนที่มีเนื้อหาเข้าถึงผู้คนทั่วโลก อย่าง “You Belong with Me” งานเพลงในช่วงแรกๆ ของเทย์เลอร์คือคันทรีสไตล์ ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนโหมดมาเป็นป๊อปในอัลบั้ม Red และ 1989 ในขณะที่อัลบั้มล่าสุดฉีกไปจากทุกอัลบั้ม กับแนวเพลงป๊อปที่มีกลิ่นอายของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเพลงดัง “Look What You Made Me Do” และ “…Ready for It?” ที่ทำให้เราเห็นว่าเทย์เลอร์อยากท้าทายตัวเองด้วยสไตล์เพลงที่แตกต่าง แต่ในความชอบก็ต้องมีความไม่ชอบด้วยเป็นธรรมดา เมื่อแฟนเพลงบางคนบอกว่าชอบให้เทย์เลอร์ร้องเพลงคันทรีมากกว่า

STYLE TRANSFORMATION

เมื่อสไตล์เพลงเปลี่ยน สไตล์การแต่งตัวก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย สำหรับ 3 อัลบั้มแรกของเทย์เลอร์ เธอมาในลุคคันทรีเกิร์ลแสนหวานราวเจ้าหญิงและผมหยิกยาวลอนชัด โดยตอนแรกๆ เน้นใส่เดรสสีหวานกับรองเท้าคาวบอย ก่อนจะเริ่มใส่ความแกลมให้กับชุดด้วยการเพิ่มดีเทลระยิบระยับเพิ่มขึ้นมา พอมาถึงอัลบั้ม Red เธอมาพร้อมสไตล์โมเดิร์นวินเทจ และริมฝีปากที่ต้องแดงตลอดเพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ จากนั้นเทย์เลอร์ก็มาในแฟชั่นที่ดูสนุก เซ็กซี่ และดูฮิปสเตอร์ขึ้นในอัลบั้ม 1989 ส่วนอัลบั้มล่าสุด Reputation นี้ฉีกไปแบบชนิดที่ว่าดูแซ่บและโฉบเฉี่ยวขึ้นเยอะ กับภาพลักษณ์ที่ดูสตรองขึ้นจนแทบลบภาพจำเดิมๆ ของเทย์เลอร์ในลุคนักร้องคันทรีไปเลย ต้องบอกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทย์เลอร์เติบโตไปไปพร้อมเซนส์เรื่องสไตล์ที่โตตามวัยและโดดเด่นขึ้นบนพรมแดง ลุคของเธอจึงน่าสนใจ จนเธอมีชื่อติดโผสาวคนดังแต่งตัวดีเสมอ

CAREER SUCCESS

ถ้าเทย์เลอร์ย้อนกลับไปดูโชว์ของตัวเองเมื่อช่วงเข้าวงการใหม่ๆ เธอคงต้องบอกตัวเองว่าเธอมาไกลมากจริงๆ เพราะตอนนั้นโชว์ของเธอยังมีคนดูไม่กี่ร้อยคนอยู่เลย ในขณะที่ตอนนี้ไม่ว่าเทย์เลอร์จะไปเปิดคอนเสิร์ตที่ไหน สเตเดียมอะไร รับรองว่าคนดูนั้นเต็มความจุของสถานที่ ชนิดเรียกได้ว่ามีจำนวนนับหมื่นๆ คนเลยทีเดียว!

FROM ABERCROMBIE & FITCH TO DIRECT TV CHANNNEL

ก่อนจะมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการ ดาราหรือนายแบบนางแบบหลายคนต่างเคยถ่ายแบบให้เสื้อผ้าวัยรุ่น Abercrombie & Fitch มาก่อนทั้งนั้น ไม่น่าเชื่อว่าสมัยวัยรุ่น เทย์เลอร์ก็เคยถ่ายแบบแฟชั่นให้แบรนด์นี้มาก่อนเช่นกัน โดยมีกีตาร์คู่ใจมาเป็นพรอพด้วย จากที่เริ่มต้นมาแบบธรรมดาๆ ตอนนี้ซูเปอร์สตาร์สาวคือคนดังที่ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จไปเสียหมด ไม่ว่าจะมีผลงานเพลงอะไรออกมา เทย์เลอร์ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาตลอด ยอดจำหน่ายเพลงทั้งในรูปแบบดีวีดีและดิจิตอลก็สูง ยอดสตรีมมิงเพลงทางอินเทอร์เน็ตก็ถล่มทลาย ส่วนยอดวิวในยูทูบของมิวสิกวิดีโอก็ปาไปเป็นนับพันล้านวิว เรียกได้ว่าทำอะไรก็ปัง จนตอนนี้เธอมีรายได้รวมสูงมาก ราว 280 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ล่าสุดเทย์เลอร์ยังมีช่องไดเร็กทีวีและแอพพลิเคชั่นเป็นของตัวเอง ซึ่งทำให้แฟนๆ สามารถชมคลิปหรือโชว์คอนเสิร์ตของเธอได้แบบสุดพิเศษอีกด้วย

FROM FANGIRL TO BESTIES

ไอดอลของเทย์เลอร์ตั้งแต่สมัยเด็กๆ คือทิม แมคกรอว์ นักร้องคันทรีขวัญใจมหาชน ซึ่งเพลงในอัลบั้มแรกของเทย์เลอร์ยังชื่อ “Tim McGraw” ใครจะคิดว่าหลังอยู่ในวงการได้สักพัก ปี 2013 เธอก็มีโอกาสได้ร่วมฟีเจอริงเพลง “Highway Don’t Care” ของทิม แมคกรอว์ ทั้งยังขึ้นโชว์กับเขาด้วย อีกหนึ่งคนดังที่เทย์เลอร์กรี๊ดมากมาตั้งแต่เด็กๆ คือจัสติน ทิมเบอร์เลค โดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่วงบอยแบนด์ NSYNC และก็น่าปลื้มที่ทุกวันนี้เทย์เลอร์เป็นเพื่อนกับป๊อปสตาร์หนุ่ม มีโอกาสได้พบกันรายการ พูดคุยในงานพรมแดง ปาร์ตี้ด้วยกัน รวมทั้งเธอยังเชิญเขาไปเป็นแขกคนพิเศษ ร่วมขึ้นโชว์ที่ทัวร์คอนเสิร์ตของเธอด้วย

ทิม แมคกรอว์
จัสติน ทิมเบอร์เลค

MANY THINGS ARE STILL THE SAME

หลายเรื่องที่ยังเหมือนเดิม

 

FREAKING OUT OVER STUFF

สมัยเด็กๆ เวลาเห็นอะไรแล้วตื่นเต้นหรือเซอร์ไพรส์จนชอบอ้าปากหวออย่างไร ปัจจุบันเทย์เลอร์ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ โดยเฉพาะเวลาอยู่ในงานประกาศรางวัล ออกรายการ ร่วมงานปาร์ตี้ หรือเฉิดฉายงานพรมแดงต่างๆ

BEST FRIENDS FOREVER

เทย์เลอร์มีเพื่อนคนหนึ่งที่ซี้กันมาตั้งแต่สมัยไฮสคูล ชื่ออบิเกล แอนเดอร์สัน ตั้งแต่ที่ยังเป็นเด็กวัยรุ่นโนเนม จนกระทั่งกลายเป็นนักร้องที่โด่งดังระดับโลกไปแล้ว รวมทั้งยังมีผองเพื่อนสาวคนดังในวงการมากมาย แต่เธอก็ไม่ใช่พวกที่ดังแล้วหยิ่งจนลืมคนธรรมดาที่เคยเคียงข้างและให้กำลังใจกันมา ทั้งคู่ใช้เวลาในวันสำคัญด้วยกันบ่อยๆ อีกทั้งเทย์เลอร์ยังเคยชวนอบิเกลออกงานพรมแดง และชวนเธอมาเล่นมิวสิกวิดีโอหลายเพลง ในวันแต่งงานของอบิเกลกับแฟนหนุ่มในปีนี้ แน่นอนว่าไม่ว่าตารางงานจะยุ่งขนาดไหน เทย์เลอร์ย่อมไม่พลาดรับหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวให้เพื่อนสุดที่รัก

ALWAYS A CAT LOVER

เทย์เลอร์ชอบแมวมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่สมัยเล่น MySpace จนถึงตอนนี้ภาพเธอกับเจ้าแมวเหมียวน่ารักๆ ก็ยังคงมีให้เห็นในโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่นับรวมว่าเธอยังชอบใส่เสื้อผ้าหรือแฟชั่นไอเทมที่มีดีเทลแมวเหมียวสุคคิวต์ด้วยนะ

THE LYRICS ABOUT HER EX-BOYFRIENDS

จากอดีตจนถึงปัจจุบันแนวเพลงของเธออาจจะเปลี่ยนไปก็จริง แต่สิ่งที่ยังคล้ายเดิมคือเนื้อเพลงหลายๆ เพลงมักพูดถึงบรรดาแฟนเก่าที่เธอเคยเดตด้วย ไม่ว่าความรักนั้นจะมอบความทรงจำดีๆ ไว้ให้ หรือเป็นความสัมพันธ์แบบจบไม่สวย เทย์เลอร์ก็อินสไปร์มาแต่งเพลงได้หมด ไม่ว่าจะเพลง “Forever & Always” ที่พูดถึงโจ โจนาส, เพลง “Dear John” ที่เกี่ยวกับจอห์น เมเยอร์, “Back to December” ที่เกี่ยวกับเทย์เลอร์ ลอตเนอร์, เพลง “We Are Never Ever Getting Back Together” และ “All Too Well” ที่เกี่ยวกับเจค จิลเลนฮาล, เพลง “I Knew You Were Trouble” และเพลง “Style” ที่เกี่ยวกับแฮร์รี่ สไตล์ส, เพลง “Look What You Made Me Do” จากอัลบั้มใหม่ที่แว่วว่าแขวะคาลวิน แฮร์ริส ฯลฯ

[Photo Credit: Universal Music Thailand, Instagram/ taylorswift, justintimberlake]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments