“เชน ธนา” คัมแบ็คงานเพลงให้หายคิดถึง ส่งโปรเจกต์คัฟเวอร์ ถ่ายทอดตัวตนผ่านเสียงดนตรี

เรียกว่าห่างหายจากงานในวงการไปพักใหญ่ ล่าสุดนักธุรกิจหนุ่มและอดีตสมาชิกบอยแบนด์ในตำนานอย่างหนุ่ม เชน – ธนา  ลิมปยารยะ บอสใหญ่แห่งแบรนด์ Amado ยังแบ่งเวลาจากการนั่งแท่นผู้บริหารธุรกิจ กลับมาทำตามความฝันอีกครั้ง โดยส่งซิงเกิ้ล “ลืมไปหรือเปล่า” และ “ยอม” มาถ่ายทอดความรู้สึกและความหมายของเพลงในอดีต ผ่านแนวเพลงและสไตล์ที่เป็นตัวเองมาให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง…

Q : ห่างหายจากการร้องเพลงไปกี่ปี

เชน : ห่างหายจากการร้องเพลงไปประมาณ 3 ปีปลายปี 2014 ส่วนซิงเกิ้ลเพลงประมาณ 5 ปีครับ

Q : เหตุผลที่กลับมาทำงานเพลงในครั้งนี้

เชน : จริงๆ มันก็จะมีจังหวะที่เราคิดถึง ช่วง 3 ปีที่เราไปเต็มที่กับธุรกิจ มันก็จะมีโมเมนต์แบบฟังเพลงตัวเองบ้าง แล้วก็เปิดรูปเก่าๆ ดู แล้ววันหนึ่งมีโอกาสได้ไปออกงานกับทาง BEC-Tero Music แล้วผู้ใหญ่ได้เห็นว่ายังมีเด็กๆ และแฟนๆ จำได้ ก็เลยมีการประชุมคุยกันว่าจะกลับมาทำงานเพลง  ภายใต้บ้านหลังใหม่ พร้อมกับอัลบั้มเต็มครั้งแรกในชีวิต

Q : การทำงานกับบ้านหลังใหม่ สไตล์การทำงานเป็นอย่างไร

เชน : เหมือนการเข้ามหาวิทยาลัย คือเมื่อก่อนการทำงานเหมือนเราเป็นเด็ก มีคนคอยบอก คอยสอน แต่พอทำงานที่นี่ก็รู้สึกว่าเปิดโอกาสให้เราได้คิดมากขึ้น แล้วก็มีความรับผิดชอบมากขึ้น แล้วก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น สไตล์เพลงโตขึ้น เมื่อก่อนที่เราเป็นบอยแบนด์ เราก็จะต้องรีบอัด รีบออก รีบเจอแฟนๆ รีบทัวร์คอนเสิร์ต เราก็จะไม่มีโมเมนต์ที่ได้ครีเอทอะไรเท่าไร แต่พอมาที่นี่เราได้มีการค้นหาสไตล์ที่เป็นตัวเราจริงๆ ซึ่งสุดท้ายเราก็ได้พบว่าตัวเรามีความสามารถบางอย่างที่ยังไม่ได้ใช้ และก็ต้องไปฝึกซ้อมร้องเพลงเพิ่มขึ้น ทำให้ได้เพลงในอัลบั้มนี้ออกมา

Q : ทำไมต้องเป็น 2 เพลงนี้  “ลืมไปหรือเปล่า” และ “ยอม”

เชน : คือโปรเจ็กต์นี้ เป็น โปรเจ็กต์คัฟเวอร์ เป็นหลัก เพราะว่าเป็นความกังวลส่วนตัว เพราะเราร้องเพลงมา 10 ปีแล้วก็หายไป 3 ปี ก็กลัวว่าถ้าแต่งใหม่เลย สมมติกลุ่มที่เป็นแฟนคลับกันมา ก็อาจจะคาดหวังว่ามันต้องเพราะ หรือเป็นแบบนั้น แบบนี้

ทุกวันนี้ความหลากหลายของคนฟังค่อนข้างเยอะมาก ก็เลยคิดว่าถ้ามีโอกาสก็อยากร้องเพลงที่เป็นความทรงจำดีๆ ในสมัยที่เรายังวัยรุ่น ทางค่ายก็เลยลิสต์เพลงออกมา แล้วก็เห็นชื่อเพลง “ลืมไปหรือเปล่า” แล้วท่อนฮุกเนี่ย คือ “ลืมไปหรือเปล่า รักฉันเพราะอะไร” ประโยคนี้ทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย! มันใช่เลยนะ จะถามแฟนคลับกลุ่มที่อยู่กันมาเป็น 10 ปีด้วยประโยคนี้ ก็เลยชอบเพลงนี้มากๆ ในการกลับมา แล้วก็คิดว่ามันเป็นเพลงที่เป็นกล่องความทรงจำของคนรุ่นเรา ที่มีความรู้สึกครบทุกมุม ก็เลยอยากให้เด็กๆ รุ่นนี้ได้สัมผัสพลังของเพลงนี้อีกรอบหนึ่งในรูปแบบการถ่ายทอดของเรา

ส่วนเพลง “ยอม” ความหมายก็คือการกลับมาร้องเพลงยากเสมอ เพราะว่ามันเป็นเหมือนอาถรรพ์ ที่แบบว่าบอยแบนด์แยกตัวออกมาออกเดี่ยวแล้วก็เงียบ ซึ่งเรารู้ว่ายาก แต่ก็จะกลับมา จึงใช้คำว่า ยอม มันเหมาะที่สุด คือหยุดไม่ได้แล้ว ต้องทำอะไรสักอย่าง ก็เลยได้ 2 เพลงนี้ออกมา

Q : ความแตกต่างของเวอร์ชั่นนี้และเวอร์ชั่นที่แล้ว ต่างกันอย่างไร แล้วกลับการเปรียบเทียบกับต้นฉบับไหม

เชน : จริงๆ การเปรียบเทียบผมตัดไปเลย เพราะคิดว่าเด็กรุ่นนี้ไม่ทันแน่นอน (หัวเราะ) แล้วก็เวอร์ชั่นนี้ พี่ฟั่น โกมล แต่งจากความเป็นเรา คือถ้าฟังเพลงจริงๆ จะเป็นอายุประมาณเรามาร้อง มันจะไม่เก่าเกินไปมีความใหม่ผสมอยู่ ด้วยเทคนิคต่างๆ ในเพลงก็จะแปลงมาจากตัวเรา

Q : เห็นว่ากำลังจะมีโปรเจ็กต์พิเศษเอ็กซ์คลูซีฟ อยากให้เล่าให้ฟังนิดนึงว่าจะเป็นอะไร

เชน : เดี๋ยวต้นปี 2018 จะอัดต่ออีก 3 เพลง แล้วก็ทยอยออกไปเรื่อยๆ แล้วก็อาจจะมีเพลงพิเศษที่แต่งเองเป็นเพลงสุดท้าย แล้วก็จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ ก็คือประมาณกลางปี 2018 เป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก พร้อมกับโปรโมทอัลบั้มเต็มครั้งแรกในชีวิต เพราะว่าตอนที่เราแยกออกจากวง เรามีซิงเกิ้ลเดี่ยวก็จริง แต่ว่าเราไม่เคยมีโมเมนต์ที่แบบได้เขียนหลังปกอั้ลบั้ม ได้ขอบคุณผู้ใหญ่ พ่อ แม่ ครูสอนร้องเพลง เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อนักร้องจริงๆ ต้องทำ แล้วเรายังไม่ได้ทำ เลยคิดว่าเราอยากทำสักครั้ง พร้อมคอนเสิร์ตเดี่ยวที่เป็นของเราจริงๆ

Q : ถามถึงเรื่อองธุรกิจที่ทำอยู่บ้าง ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เชน : ธุรกิจตอนนี้เข้าที่และเติบโตดี แต่ว่าวันนี้เราก็อยู่ในมุมผู้บริหารระดับสูง ก็เพราะว่าเราลุยมากว่า 3 ปีครึ่ง คือผมเป็นเด็ก Gen Y ที่มีเป้าหมาย อยู่แล้วว่าเราจะไม่เป็นผู้บริหารที่ป่วย ไม่ใช่ผู้บริหารที่ทำงานจนแบบว่าพอเราหยุดงานปุ๊บ ทุกคนตาย คือพยายามวางรากฐานตั้งแต่ปีแรก ซึ่งวันนี้ก็เป็นจุดที่ดี เลยได้ถ่ายโอนอำนาจไปให้ผู้บริหารในบริษัท ซึ่งก็ทำให้เราเป็นกรรมการบริหาร คอยแนะนำแนวทาง เลยมีโอกาสได้มาทำสิ่งที่เรารัก นั่นคืองานเพลง

Q : มีวิธีการแบ่งเวลาอย่างไร เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างจะทำหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน

เชน : ผมเป็นคนเต็มที่กับชีวิต เราไม่อยากว่าง อย่างที่บอกว่าเราจัดสรรให้คนเก่งๆ มาดูแลแทน แล้วเราแนะนำ เราก็จะมีเวลาเหลือ ใช้ชีวิตมากขึ้น อาทิตย์หนึ่งเราอาจจะทำงานแค่ 2 วัน จันทร์กับศุกร์ คุยงานสั่งงานและสรุปงาน ส่วน 3 วันที่เหลือ ก็ทำงานอดิเรก สะสมโมเดล ต่อเลโก้ (หัวเราะ) อะไรที่เราไม่ได้ใช้ชีวิต ซื้อกล้องถ่ายรูป เริ่มมาฝึกถ่ายรูป สุดท้ายก็วกกลับมาทำงานเพลงในช่วงเวลาที่ว่าง

Q : ในส่วนของธุรกิจมีโปรเจ็กต์ในปีหน้าเป็นอย่างไรบ้าง

เชน : ปีหน้าเราเตรียมที่จะเข้าตลาดหุ้น โดยได้มีฝ่ายตรวจสอบมาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ปีหน้าจะเป็นปีของความมั่นคงของทางบริษัทมากกว่าครับ และอาจจะมีแบรนด์ใหม่ๆ ที่ให้โอกาสเพื่อนๆ ศิลปิน ดารา ที่มีความคล้ายเราอยู่ในตัว มาทำงานร่วมกัน คิดว่าเป็นโปรเจ็กต์ที่ปีหน้าจะได้ทำ

Q : ถามถึงเรื่องความรักกันบ้าง ช่วงนี้ชีวิตคู่เป็นอย่างไร และวางแผนอนาคตของชีวิตคู่ไว้อย่างไรบ้าง

เชน : ก็ดีครับ ตอนนี้ก็แพลนว่าจะสร้างครอบครัวจริงจัง และสิ้นปีนี้ก็จะไปฮันนีมูนรอบ 2 คิดว่าจะวางแพลนมีน้องให้เร็วที่สุด และจัดสรรครอบครัวให้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราอดหลับอดนอนทำแต่ธุรกิจ ตอนนี้ก็เริ่มใช้ชีวิตแล้ว

Q : คุณเจม แฟนสาวมีแซวบ้างไหมที่เรากลับมาร้องเพลง

เชน : ก็มีแซวบ้างนะ เขาก็ติดตามเราตั้งแต่เราเป็นบอยแบนด์ พอเรามาถ่ายรูป ด้วยวัยด้วยอะไรแบบนี้ คือก็แบบดูโตขึ้น เขาก็จะชอบแซวๆ มองรูปเปรียบเทียบกัน (หัวเราะ) เป็นสไตล์เขาล่ะ น่ารักๆ

Q : สุดท้ายอยากให้ฝากทั้งงานเพลงและธุรกิจกันหน่อย

เชน : สำหรับงานเพลงฝากทั้ง 2 เพลงก่อน คือเพลง “ลืมไปหรือเปล่า” และ “ยอม” แล้วก็ต้นปี 2018 ก็จะมีออกมาให้ฟังเรื่อยๆ กลางปีก็จะมีคอนเสิร์ตเดี่ยว ยังไงฝากติดตามข่าวกันด้วยแล้วกันครับ แล้วถ้ามีโอกาสก็จะทัวร์คอนเสิร์ต เจอกันทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจก็ฝากอุดหนุน Amado ด้วยแล้วกัน เพราะว่าเราก็ทำไปเรื่อยๆ เต็มที่

การกลับมาครั้งนี้อาจจะทำให้แฟนๆ ของหนุ่มเชนหายคิดถึงกันได้บ้างไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว ฟังเพลงของเชนได้ผ่านบริการ Apple Music, JOOX, TrueMusic, Spotify และชมมิวสิกวิดีโอทาง YouTube, LINE TV หรือดาวน์โหลดซิงเกิ้ลของเขาได้ที่ iTunes Store และ Qikplay


ติดตามข่าวคราวของหนุ่มเชนเพิ่มเติม ได้ที่…

Website : www.chaintana.com
Facebook : BEC-TERO MUSICChaintana
Youtube | Instagram |Official LINE : BEC-Tero Music

( เรื่อง  Bathsheba )


ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand

Comments

comments

‘รักแท้ที่ไม่ใช่รักแรกพบ’ ย้อนความรักก่อนถึงวันสำคัญของป๊อก & มาร์กี้

เรียกได้ว่าเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์กันไปแล้วสำหรับวันสำคัญของคู่รักป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์และมาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า ที่วันนี้ (8

The post ‘รักแท้ที่ไม่ใช่รักแรกพบ’ ย้อนความรักก่อนถึงวันสำคัญของป๊อก & มาร์กี้ appeared first on OK Magazine Thailand.

ไม่พลาดการร่วมบุญครั้งใหญ่ กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ โพสต์ความประทับใจถึงการร่วมวิ่งกับตูน บอดี้แสลม

เป็นอีกคนในวงการบันเทิงที่เข้ามาทำกิจกรรมดีๆ ให้กับสังคมและยังถูกยกให้เป็นไอดอลให้กับผู้หญิงหลายๆ คนในหลายๆ มุม ล่าสุดกาละแมร์-พัชรศรี

The post ไม่พลาดการร่วมบุญครั้งใหญ่ กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ โพสต์ความประทับใจถึงการร่วมวิ่งกับตูน บอดี้แสลม appeared first on OK Magazine Thailand.

มีความน่ารัก! มาดู ‘ไรอัน เรย์โนลด์ส’ อัพรูปแกล้งคุณแม่และภรรยาคนสวยกัน!

เห็นหน้านิ่งๆ แบบนี้ แต่ไรอัน เรย์โนลด์ส เป็นนักแสดงฮอลลีวูดอีกคนหนึ่งที่มีอารมณ์ขันมากทีเดียว เพราะชอบโพสต์รูปแกล้งคนอื่นในอินสตาแกรมบ่อยๆ โดยเฉพาะเบลค ไลฟ์ลี่ ภรรยาสุดเลิฟ แต่ล่าสุดเป้าหมายใหม่ของพระเอกซูเปอร์ฮีโร่สุดเกรียนคือคุณแม่ของเขานั่นเอง! โดยไรอันโพสต์รูปคู่คุณแม่แทมมี่เมื่อวานนี้ (6 ธ.ค.) แต่แทนที่จะเป็นรูปคู่กับคุณแม่สวยๆ แต่เขากลับใส่รอยสักปลอมไว้บนหน้าของคุณแม่แบบเต็มหน้าเลย พร้อมลงแคปชั่นว่า “แม่สนุกมากที่บูธรอยสักของหนัง Deadpool ที่งาน Brazil Comic Con” ซึ่งนี่เป็นมหกรรมงานเกมส์และการ์ตูนระดับโลกที่กำลังจัดอยู่ที่ประเทศบราซิลในขณะนี้

1.ไรอัน VS คุณแม่แทมมี่

ส่วนที่มาของลายรอยสักปลอมบนหน้าของคุณแม่นั้น ก็เพื่อโปรโมตงาน Brazil Comic Con ซึ่งหนัง Deadpool 2 ของไรอัน (มีคิวเข้าฉายเดือน มิ.ย. ปีหน้า) ก็ไปร่วมออกบูธด้วยนั่นเอง แถมยังจัดหนัก จัดเต็ม เมื่อไรอันใจป้ำ ส่งตรงศิลปินสักมืออาชีพกลุ่มหนึ่งถึงบราซิล เพื่อลงรอยสักให้แฟนหนังและการ์ตูนสุดเกรียนเรื่องนี้ ได้ลงรอยสักในธีมต่างๆ ของซูเปอร์ฮีโร่เดดพูลแบบฟรีๆ! งานนี้ดูท่าว่าจะมีแฟนซูเปอร์ฮีโร่สายรอยสักไปเข้าคิวสักกันเพียบแน่ๆ!

ดูไรอันแกล้งคุณแม่สิ! รอยสักเลอะเต็มหน้าไปหมด
นี่ต่างหากคือรูปจริง คุณแม่แต่งหน้ามาสวยๆ

2.ไรอัน VS เบลค

มาที่รูปขำๆ ที่ไรอันลงแกล้งเบลค ไลฟ์ลี่ ภรรยาคนสวยดูบ้าง จะว่าไปเขาก็ไม่ได้แกล้งเบลคอย่างเดียว เบลคเองก็เป็นสาวที่มีอารมณ์ขันมากเหมือนกัน เลยลงรูปแกล้งไรอัน สามีสุดหล่อของตัวเองด้วย เห็นได้จากภาพเบลคอวยพรวันเกิดไรอัน แต่ลงรูปไรอัน กอสลิง ใหญ่แทน ส่วนไรอันเห็นแค่เสี้ยวหน้า! ส่วนไรอันก็อวยพรวันเกิดเบลค ด้วยการอัพรูปคู่เขากับเบลค แต่ลงรูปตัวเองใหญ่ เห็นหน้าเบลคแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น! จะว่าไปคู่รักสวยหล่อคู่นี้เขามีอารมณ์ขันด้วยกันทั้งคู่ ถึงว่าดูเข้าขากันได้ดีสุดๆ

เบลคลงรูปแกล้งสามี เห็นได้ว่าไรอัน กอสิลง ขโมยซีนสุด!
ไรอันลงรูปแกล้งเบลคบ้าง เห็นหน้าเธอแค่เสี้ยวเดียวเอง
ไรอัน เรย์โนลด์ส และเบลค ไลฟ์ลี่ คู่นี้ทั้งสวยหล่อ มีอารมณ์ขัน เหมาะกันจริงๆ

[Photo Credit: Instagram: vancityreynolds, blakelively]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

ชีวิตนอกกรอบของศิลปินหนุ่มมาดขบถ ‘นัมแทฮยอน’

จริงอยู่ว่าการเริ่มต้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด แต่ถ้าคุณมัวแต่กลัว…ก็คงจะไม่มีวันก้าวไปถึงจุดที่ฝันได้สักที Nam Tae-Hyun (นัมแทฮยอน) คือหนึ่งในตัวอย่างที่ดี แน่นอนว่ากว่าจะมาเป็นศิลปินได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขากลับกล้าที่จะพาตัวเองออกจากกรอบ ด้วยการสละโอกาสจากการก้าวขึ้นเป็นบอยแบนด์อันดับต้นๆ ในฐานะสมาชิกวง WINNER เพื่อไปนับหนึ่งใหม่กับการทำเพลงตามแนวที่ต้องการ แม้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากกระแสคำวิจารณ์มากมาย แต่นัมแทฮยอนก็ฝ่าฟันมาได้ พร้อมๆ กับการตั้งบริษัทและวงดนตรีของตัวเองภายใต้ชื่อ South Club ซึ่งทำให้เขาได้กลับมายืนบนเวทีอย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง ทั้งเป็นโอกาสดีให้เขาพาเพื่อนสมาชิกในวงมาเปิดคอนเสิร์ตครั้งแรกในบ้านเรา South Club (Nam Tae-Hyun) Music Fan Meeting in Bangkok จัดโดย Do Concert เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

Nam Tae-Hyun

Nam Tae-Hyun

หลายคนอาจตัดสินไปโดยยังไม่ทันได้ฟังด้วยซ้ำว่าเพลงของนัมแทฮยอนน่าจะฟังยาก ซึ่งก็เหมือนกับตัวตนของเขาที่อาจไม่ได้เข้าใจยากอย่างที่คิด เพียงแต่คุณต้องเปิดใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือตัวตนของผู้ชายวัย 23 ปีคนนี้ ต่างก็มีเสน่ห์ดึงดูดไม่แพ้กัน เรียกว่าถ้าใครหลงไปทำความรู้จักคงยากจะถอนตัว และอีกสิ่งที่ OK! สัมผัสได้คือทุกอย่างที่ออกมาจากเขาล้วนจริงใจ ทุกคำพูดและการกระทำของศิลปินคนนี้ไม่ใช่ใบมีด แต่คือกระจกที่สะท้อนให้เราเห็นถึงความจริง

พอจะบอกได้ไหมว่านัมแทฮยอนที่กำลังนั่งคุยกับเราอยู่ตอนนี้มีความน่าสนใจอย่างไร

ผมเป็นคนรักสัตว์ครับ ตอนนี้จึงมีสัตว์เลี้ยง 4 ตัว (แมว 3 ตัว และสุนัข 1 ตัว) แล้วก็ชอบเล่นเทนนิส อีกอย่างคือผมเป็นคนขี้เกียจมาก (หัวเราะ) เวลาแต่งเพลงก็จะค่อยๆ ทำ แต่ถ้ากำลังมีไฟก็จะทำรวดเดียวจนเสร็จเลย เพลงที่ผมทำเสร็จเร็วที่สุดคือ Believe U ใช้เวลาทำ 1 วัน ขณะที่เพลง Dirty House ใช้เวลาทำถึง 3 ปี เพราะไม่ค่อยมั่นใจกับเพลงนี้เท่าไร ก็แต่งไป หยุดไป หรือไม่ก็รื้อมาทำใหม่ ทำให้ต้องใช้เวลากว่าจะทำเสร็จ

หลายคนมองว่า ‘นัมแทฮยอน’ มีความติสต์อยู่ในตัวสูง บางครั้งก็เหมือนไม่แคร์โลก จริงๆ เป็นอย่างนั้นไหม

จริงๆ ผมอยากเข้าไปพูดคุยกับคนอื่นแบบคนปกติทั่วไปนะ แต่คนอื่นชอบมองว่าผมเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง (หัวเราะ)

มีคนเปรียบเทียบคุณว่าเหมือนกับกล่องของขวัญที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร พอเปิดมาแล้วจะเซอร์ไพรส์

มันเป็นการเปรียบเทียบที่ผมชอบมากเลยครับ (หัวเราะ)

สนใจไหมว่าคนจะมองคุณเป็นแบบไหน

ถ้าในชีวิตประจำวันหรือตอนอยู่บนเวที ผมก็แคร์สายตาของคนอื่นว่าเขาจะคิดอย่างไรเหมือนกัน แต่ถ้าในแง่ของดนตรี ผมพยายามจะไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพราะความคิดเห็นมันหลากหลาย คือผมพยายามจะดึงไอเดียของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เป็นตามแนวที่ตัวเองต้องการ

Nam Tae-Hyun

Nam Tae-Hyun

ดูเหมือนลุคของคุณจะตรงกันข้ามกันเลย เวลาอยู่กับดนตรีจะดูเป็นผู้ใหญ่มาก แต่พอปกติก็จะดูเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง

เวลาอยู่บนเวที ผมอยากทำทุกอย่างให้เต็มที่ เพราะพูดตรงๆ ว่ามันมีทั้งคนที่ต้องเสียเงินและบางคนที่ต้องเดินทางมาไกล เพื่อมาดูผม ผมจึงอยากทำให้พวกเขารู้สึกประทับใจ ซึ่งผมค่อนข้างจะจริงจังกับตัวเองว่าต้องทำให้ดี แต่ถ้าไม่ได้อยู่บนเวทีก็ไม่มีอะไร (หัวเราะ)

พอใจแค่ไหนกับ South Club (Nam Tae-Hyun) Music Fan Meeting in Bangkok ที่ผ่านมา

อย่างที่ผมบอกกับแฟนๆ ในคอนเสิร์ตว่าตั้งแต่จัดคอนเสิร์ตในฐานะวง South Club ครั้งนี้คือเวทีที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยแสดงมาเลย ทั้งเสียงกรี๊ดและการตอบรับของแฟนคลับชาวไทยนั้นสุดยอดมาก แล้วผมเองก็สนุกมาก ผมประทับใจกับคอนเสิร์ตครั้งนี้มากๆ เลยล่ะครับ

อย่างที่รู้กันว่าคุณตัดสินใจออกจากวง WINNER เมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นไม่กลัวที่จะต้องเริ่มใหม่อีกครั้งหรือ

ตอนนั้นผมก็กังวลเหมือนกันครับ เพราะมีแฟนคลับที่ยังชื่นชอบผมในฐานะสมาชิกวง WINNER เป็นจำนวนมาก ดังนั้นผมจึงกลัวว่าจะทำให้พวกเขาผิดหวังหรือเสียใจหรือเปล่า แต่ถ้าพูดในแง่ของดนตรี มันก็คือการเริ่มต้นใหม่ในสไตล์เพลงที่เป็นแนวของผม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบ

คิดไหมว่าถ้าไม่ได้ไปต่อบนเส้นทางดนตรีจะทำอย่างไร

ไม่เคยมีทางเลือกอื่นสำหรับผมเลยครับ (ดนตรีคือเป้าหมายเดียวของคุณอย่างนั้นหรือ) ใช่ครับ

การตัดสินใจวันนั้นเปลี่ยนชีวิตของคุณไปอย่างไรบ้าง

มันเป็นการตัดสินใจที่ทำให้ชีวิตของผมเติบโตขึ้นอีกขั้น มีหลายๆ อย่างที่ผมได้เรียนรู้ แล้วก็ยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ผมควรจะเรียนรู้ รวมถึงมีบางอย่างที่ผมอยากแนะนำคนอื่นด้วยเหมือนกัน ส่วนตัวผมคิดว่าเส้นทางที่เลือกเดินอยู่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยแตกต่างจากเมื่อก่อนเท่าไร เพราะท้ายที่สุดแล้วผมก็ยังอยู่บนเส้นทางสายดนตรีเหมือนเดิม

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ OK! Magazine Issue 296

Nam Tae-Hyun

Nam Tae-Hyun

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

เล่าเรื่องตึกนวมินทรบพิตร 84 พรรษา – โครงการสุดท้ายที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้คนไทยโดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

The post เล่าเรื่องตึกนวมินทรบพิตร 84 พรรษา – โครงการสุดท้ายที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้คนไทยโดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ appeared first on OK Magazine Thailand.