จันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่ รีสอร์ทหรูพร้อมเสิร์ฟวิวดอยสุเทพสุดอลังการ

จันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่  คือรีสอร์ทแห่งใหม่ที่เกิดจากความหลงไหลในการเดินทางของคุณ คุณเกรียง-เกรียงศักดิ์

The post จันตราคีรี ชาเลต์ เชียงใหม่ รีสอร์ทหรูพร้อมเสิร์ฟวิวดอยสุเทพสุดอลังการ appeared first on OK Magazine Thailand.

สำรวจ Baba Beach Club Phuket รีสอร์ทใหม่ที่ดาราไทยแห่ไปเช็คอิน

ถ้าส่องไอจีดาราหรือเหล่าเซเลบริตี้ในช่วงนี้ก็เห็นมีแต่ใครๆ ไปเที่ยว Baba Beach Club Phuket

The post สำรวจ Baba Beach Club Phuket รีสอร์ทใหม่ที่ดาราไทยแห่ไปเช็คอิน appeared first on OK Magazine Thailand.

ฮอตริมทะเล! 4 นางแบบระดับโลกกับไลฟ์สไตล์ริมชายหาดสุดเลิฟ

1.GISELE BUNDCHEN คงไม่ผิดหากจะบอกว่าเธอคือเบอร์หนึ่งในตำแหน่งสาวคนดังที่เป็น Beach Lover

The post ฮอตริมทะเล! 4 นางแบบระดับโลกกับไลฟ์สไตล์ริมชายหาดสุดเลิฟ appeared first on OK Magazine Thailand.

ฮอตริมทะเล! 4 หนุ่มคนดังฮอลลีวูดกับไลฟ์สไตล์ริมชายหาดสุดเลิฟ

1.CHRIS HEMSWORTH ที่สุดของหนุ่มคนดังที่หลงรักวิถีชีวิตริมหาดเป็นชีวิตจิตใจ ต้องยกให้เทพเจ้าธอร์คริส เฮมสเวิร์ธ

The post ฮอตริมทะเล! 4 หนุ่มคนดังฮอลลีวูดกับไลฟ์สไตล์ริมชายหาดสุดเลิฟ appeared first on OK Magazine Thailand.

พาชมก่อนใครโรงแรมใหม่ของเจ้าสัวเบียร์ช้าง Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott  The Surawongse คือโรงแรมใหม่ล่าสุดของบริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิลด์ (TCC Land Asset World) (แอสเสท เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น (Asset World Corporation) สมาชิกของ ทีซีซี กรุ๊ป (TCC Group) ของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวนี้ตั้งอยู่บนถนนสุรวงศ์ หนึ่งในเส้นทางการเดินทางสายหลักของกรุงเทพฯ ที่ทอดตัวยาวนับจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ถนนพระรามสี่พื้นที่ประวัติศาสตร์อันเป็นมรดกล้ำค่าของกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในเดือนมีนาคมนี้ ถือเป็นโอกาศที่ดีที่ OK! มีโอกาสไปสำรวจก่อนใคร จะหรูหราแค่ไหน ไปดูกันเลย

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ จะเป็นโรงแรมแบรนด์แมริออทแห่งแรกในประเทศไทยที่มีห้องพักซึ่งมีความยืดหยุ่นและหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของนักเดินทางทั้งเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนและธุรกิจได้ครบทุกด้าน กับห้องพักไตล์อพาร์ทเม้นท์ที่เหมาะสำหรับการเข้าพักระยะยาว ซึ่งครบครันด้วยห้องครัวเล็กและห้องนอนสูงสุดสามห้อง ตั้งอยู่ในอาคารสูง 32 ชั้น โรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยห้องพัก 197 ห้อง และอพาร์ทเม้นท์อีกจำนวน 106 ห้อง ทุกห้องพักและอพาร์ทเม้นท์ยังออกแบบในสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน ให้ความสบายตา สะท้อนถึงงานออกแบบ แมริออท โมเดิร์น (Marriott Modern) ที่สมดุลด้วยประโยชน์ใช้สอยและเปี่ยมด้วยสไตล์

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

ส่วนทำเลที่ตั้งก็น่าสนใจไม่ใช่เล่น เพราะตั้งอยู่บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมมากมายไม่ว่าจะเป็น ห้องสมุดเนียลสัน เฮส์, ศุลกสถาน, วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก) และแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ โรงแรมยังตั้งอยู่ในละแวก New Creative District ของพื้นที่บางรัก ซึ่ง ณ ปัจจุบัน กำลังอยู่ภายใต้การเปลี่ยนรูปเชิงสร้างสรรค์ และยังอยู่ไม่ไกลจากจุดชมวิวของตึกมหานคร (Mahanakhon Observatory) และไอคอนสยาม (ICONSIAM) ที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

นอกจากห้องพักที่นี่ยังมีสถานที่สำหรับการจัดงานโดยมีห้องบอลรูม 2 ห้อง และห้องประชุมสัมมนา 9 ห้อง ที่โดดเด่นมากๆ ก็คือสวนสไตล์โคโลเนียล และสวนเอาท์ดอร์ทั้งหมด 3 สวน ออกแบบขึ้นสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับไม่ว่าจะเป็นงานค็อกเทล หรืองานเลี้ยงอาหารค่ำ และคอฟฟี่เบรก

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ยังเป็นสวรรค์ของนักชิมด้วยสถานที่รับประทานอาหาร 3 แห่ง ได้แก่ร้านอาหารสไตล์ออลเดย์ไดน์นิ่ง พระยา คิทเช่น (Praya Kitchen) ที่รวบรวมอาหารนานาชาติให้เลือกสรร จุดเด่นอยู่ที่อาหารไทยที่คัดแต่วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล รวมถึงหลากหลายเมนู อาหารที่เป็นที่โปรดปรานในอดีตที่หลายคนอาจจะหลงลืมไปแล้ว

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

Bangkok Marriott The Surawongse

ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับอาหารจีนกวางตุ้งและเซี่ยงไฮ้ร่วมสมัย พร้อมทั้งวิวทิวทัศน์อันชวนหลงใหลของกรุงเทพจากร้านอาหารเย่า (Yào Restaurant) นอกจากนี้ เย่ารูฟท็อป บาร์ (Yào Rooftop Bar) บาร์เก๋ที่มาพร้อมกับกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน ตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัย มีทั้งส่วนอินดอร์และเอ้าดอร์ให้คุณดื่มด่ำกับวิวพาโนรามาใจกลางกรุงเทพฯ และแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมทั้งจิบค็อกเทลแก้วโปรด

โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ กำหนดเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2561 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมได้ที bangkokmarriottsurawongse.com

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

เมืองซากะ ความงดงามแสนสงบ โลเคชั่นถ่ายทำซีรีส์ Shoot! I Love You

เมืองซากะ (Saga) เป็นจังหวัดเล็กๆ ทางตอนเหนือบนเกาะคิวชูที่พรั่งพร้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงามทั้งภูเขา ทะเล และมีเสน่ห์ที่มีเอกลักษณ์มากมาย อาทิ อาหาร (เนื้อซากะ ที่ใครๆ ก็ร่ำลือถึงความอร่อย มาจากวัวที่เติบโตจากเมืองนี้ ลายเนื้อสวยงาม รสชาติดี ละลายในปากเลยทีเดียว, ซาซิมิหมึกอิคิสึคุริตัวใส เนื้อนุ่ม ไม่คาว)

เมืองซากะ

เมืองซากะ

เมืองซากะ

เมืองซากะ

สถานที่ที่เป็นวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ไม่เพียงแค่จะได้สัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม แต่ยังมีบรรยากาศแนวยุโรปให้สัมผัสอีกด้วย หากใครต้องการความผ่อนคลาย ชมเมืองสวย มีกลิ่นอายความดั่งเดิม บรรยากาศดี ไม่วุ่นวาย ผู้คนน่ารัก เมืองซากะ คือคำตอบของคุณไม่ผิดหวังแน่นอน

เมืองซากะ

เมืองซากะ

เพราะข้อดีเหล่านี้จึงทำให้ เมืองซากะ เป็นหนึ่งในโลเคชั่นถ่ายทำซีรีส์ Project S The series ตอน Shoot! I Love You และยังมีซีรีส์จากต่าย GDH อีกหลายเรื่องที่เดินทางไปถ่ายทำที่นี่

เมืองซากะ

เมืองซากะ

เมืองซากะ

เมืองซากะ

ล่าสุดการท่องเที่ยวจังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น จึงจัดงาน SAGA x SIAM ขึ้น โดยเชิญเหล่าศิลปิน ดารา อย่าง นนกุล-ฟรัง (2 นักแสดงนำจาก Project S The series ตอน Shoot! I Love You )อุ้ม-นะ (จากรายการ Majide Japan), ปุยฝ้าย-นัตตี้-มิ้นท์ (3สาว จากรายการ Arigatou Go I Must) และคุณกอล์ฟ (ช่างภาพชื่อดังจากเพจ Golf was here) มาร่วมพูดคุย แบ่งปันเรื่องเล่าความประทับใจ มุมมองการท่องเที่ยวที่หลากหลายรูปแบบตามแบบฉบับของแต่ละคน ทั้งเที่ยวสไตล์แมนๆ, สไตล์สาวๆ, สไตล์การถ่ายภาพสวยๆ แนะนำแลนด์มาร์คและสิ่งที่น่าสนใจของเมืองซากะ (saga)

เมืองซากะ

เมืองซากะ

เมืองซากะ

เมืองซากะ

นนกุล บอกว่า “ผมชอบเมืองซากะที่ตรงมีความ Traditional อยู่คือให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายของความดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่เป็นเอกลักษณ์ น่าสนใจมาก ผู้คนไม่วุ่นวายสามารถใช้ชีวิตแบบรีแล็กซ์ได้สบายๆ ที่สำคัญผมมีโอกาสได้ไปทานเนื้อซากะที่ขึ้นมาของเมืองมา บอกได้เลยว่าอร่อยมากๆๆ ใครที่พลาดนี่น่าเสียดายแทนเลย”

เมืองซากะ

เมืองซากะ

“จากที่ฟรังได้มีโอกาสไปถ่ายซีรีย์ที่เมืองซากะมา เป็นเมืองที่น่าอยู่มาก เวลาที่ช่วงชีวิตวุ่นวาย อย่างตอนที่ไปฟรังจะยุ่งๆ การการอ่านหนังสือสอบด้วย แต่อยู่ที่นั่นทำให้เราผ่อนคลาย เป็นเมืองที่น่าอยู๋ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่หวทอหวา ผู้คนน่ารัก เมืองสวย บรรยากาศก็ดี ชอบมากคะ” ฟรัง นรีกุล

เมืองซากะ

เมืองซากะ

ส่วนเมืองซากะ มีอะไรให้เที่ยวอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

เมืองซากะ

เมืองซากะ

แหลมฮาโดะ 
HADO CAPE 
波戸岬
ฮาโดะมิซากิหรือแหลมฮาโดะ แหลมเล็กๆบริเวณริมทะเลเกนไค ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งความรักอันศักดิ์สิทธิ์ โดยมีอนุสรณ์ปูนปั้นรูปหัวใจสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งคู่รักทุกเพศทุกวัยต่างนิยมมาถ่ายรูปและขอพรเรื่องความรัก นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับฝูงปลาน้อยใหญ่หลากหลายชนิดที่หอสังเกตการณ์ใต้น้ำ ลึกจากผิวน้ำทะเล 7เมตร ได้อีกด้วย

เมืองซากะ

เมืองซากะ

สวนมิฟุเนะยามะ 
御船山楽園 
MIFUNEYAMA RAKUEN
แม้ไม่ใช่ฤดูใบไม้ผลิ ความเขียวขจีของต้นไม้ในสวนใหญ่แห่งนี้ก็สร้างความงดงามได้อีกแบบ แต่หากถึงช่วงที่ดอกไม้เบ่งบาน ความสวยของซากุระและซึซึจิจะยิ่งสะพรั่งทั่วสวน ส่วนฤดูใบไม้ร่วงใบเมเปิ้ลก็พร้อมใจเปลี่ยนเป็นสีแดงชวนตรึงตา นอกจากนี้ในทุกค่ำคืนยังมีการจัดแสงไฟสุดตระการตาให้ได้ชมอีกด้วย

เมืองซากะ

เมืองซากะ
ป่าสนดำนิจิ โนะ มัตสึบาระ
NIJI NO MATSUBARA PINE GROVE
虹の松原
ขับรถลอดอุโมงค์ธรรมชาติ ชมความสวยงามของ “ป่าสนแห่งคาราสึ” ที่ทอดยาวริมชายหาด 4.5 กม. ติดอันดับ 1 ใน 3 ป่าสนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

เมืองซากะ

เมืองซากะ

บ่อน้ำพุร้อนทาเคโอะ
TAKEO ONSEN
武雄温泉
แหล่งบ่อน้ำพุร้อนอันเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายท่านเคยมาเยือนที่นี่ ปัจจุบันแม้อาคารออนเซ็นหลังประวัติศาสตร์จะหยุดทำการไปแล้ว แต่ก็ใช้พื้นที่เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้แทน ซึ่งโดยรอบยังคงมีออนเซ็นหลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกผ่อนคลาย

เมืองซากะ

เมืองซากะ

น้ำตกมิคาเอริ
見帰の滝
MIKAERI NO TAKI FALLS
1  ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีความสูง  20 ม. บริเวณโดยรอบน้ำตกปกคลุมไปด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ม และดอกไม้นานาชนิด สร้างความร่มรื่นสดชื่นได้ไม่น้อย น้ำตกแห่งนี้สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี หากมาในช่วงเดือนมิถุนายนจะพบกับเทศกาลดอกไฮเดรนเยียกว่า  50 ชนิด หลากหลายสีสัน ทั้งฟ้า ชมพู และม่วง บานสะพรั่งอวดโฉมกว่า 40,000 ต้น

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับเมืองซากะ ประเทศญี่ปุ่น เพิ่มเติม ติดตามได้ใน www.facebook.com/triptosaga/

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

พาเที่ยว ‘ เซนได ‘ โลเคชั่นหนังใหม่ Gravity of Love ของ เต้ย – บอย – หลุยส์

Gravity Of Love หนังใหม่ของ เต้ย – จรินทร์พร, บอย – ปกรณ์  และ หลุยส์ สก็อต ยกขบวนกันไปถ่ายทำไกลถึง เซนได โดยผู้อำนวยการสร้างป้ายแดง เป๊ป – ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม ครั้งนี้ผู้อำนวยการสร้างยังแอบเขียนเรื่องราวท่องเที่ยวเกี่ยวกับโลเคชั่นที่ไปถ่ายมาให้ผู้อ่าน OK! ได้ตามรอยกันอีกด้วย จะสวยงามแค่ไหนลองชมภาพ ก่อนจะดูหนังฉบับเต็มในเดือนพฤษภาคมนี้

เซนได

เซนได

ย้อนกลับไปราว 6 ปีก่อน เซนได เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากข่าวมหาภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิที่สร้างความสูญเสียทั้งบ้านเมือง และจิตใจของชาวญี่ปุ่นอย่างแสนสาหัส แต่วันนี้เซนไดกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่เสาะแสวงหาความงดงามทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความศรัทธา และธรรมชาติ ที่หลอมรวมด้วยหัวจิตหัวใจแห่งชนชาตินักสู้อย่างชาวเซนได วันนี้ผมจึงอยากพาคุณไปท่องเที่ยวในเมืองเล็กๆ แต่น่ารักในเขตนี้ เริ่มกันที่เมือง มารุโมริ (Marumori)

เซนได

เซนได

สเน่ห์ของเมืองมารุโมริ คือความเก่าของบ้านเรือนในสไตล์ Kura อันเป็นสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นแท้ๆ มีการตกแต่งผนังด้านนอกด้วยปูนปลาสเตอร์ ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองการค้าที่โด่งดังจากการค้าขายดอกคำฝอย ทุกวันนี้ก็ยังคงมีร่องรอยคลังสินค้าที่เป็นทั้งร้านค้า และที่อยู่อาศัยของพ่อค้าหลงเหลืออยู่ ในเมืองนี้เราจะได้เห็นผลงานเครื่องปั้นดินเผาแบบญี่ปุ่นแท้ๆ อีกด้วย

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดก็คือคฤหาสน์ ไซริ-ยะชิกิ (Sairi-Yashiki) ที่นี่สร้างขึ้นโดยตระกูลไซโตอันเป็นตระกูลพ่อค้าชื่อดังของเมืองนี้ตั้งแต่ปี 1848 ปัจจุบันภายในมีการจัดแสดงเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ผลงานศิลปะต่างๆ ให้คนเข้าชม นอกจากนี้ยังอยากแนะนำให้คุณแวะไปตรงข้ามทางเข้าคฤหาสน์ เดินออกจากที่จอดรถเลี้ยวซ้ายไปไม่ไกลจะมีร้านขนมปังเล็กๆ แต่น่ารักของคุณป้าท่านหนึ่ง ชื่อร้าน Pan Kuu ขนมทุกชิ้นในร้านจะไม่ใส่สารกันบูด แถมอินเทรนด์เป็นกลูเตนฟรีอีกด้วย มีขนมปังหลากหลายไส้ให้เลือกที่ห้ามพลาดคือ มูสคัสตาร์ดรสต่างๆ ขอแนะนำรสชาเขียวกับช็อคโกแลต รสชาติหวานปานกลางไม่เลี่ยน แต่ว่าหอมมันจากนมคุณภาพดีมาตรฐานญี่ปุ่น ไม่ไกลกันจะมีร้านขายไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนโฮมเมด ชื่อร้าน Gelateria La Festa เป็นร้านที่โดดเด่นและแตกต่างจากร้านรอบข้างอย่างชัดเจน ส่วนเรื่องรสชาติของไอศกรีมนั้น ไม่ต้องพูดถึง อร่อยแบบลองแล้วจะติดใจ

สำหรับใครที่รักธรรชาติ ต้องไม่พลาดสวนมารุโมริ ฟูโดซัง (Marumori Fudoson Park) ในฤดูร้อนชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการแคมปิ้งก็จะขนเต๊นท์ ขนครอบครัวมาใกล้ชิดธรรมชาติด้วยกัน โดยจะมีเตาธรรมชาติไว้ให้บริการสำหรับปรุงอาหาร มีห้องน้ำรวมที่สะดวกสบาย และสะอาดมาก ที่เมืองมารุโมริแห่งนี้

พวกเราเข้าพักกันที่โรงแรม Ichikamasaki Hotel & Resort ซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์ เรียวกังเปิดบริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1428 หรือราว 589 ปีมาแล้ว เป็นโรงแรมที่มีออนเซ็นทั้งส่วนรวม ส่วนตัว และออนเซ็นสำหรับครอบครัว เขาบอกว่าใต้โรงแรมเป็นบ่อน้ำแร่ธรรมชาติที่ถูกสูบขึ้นมาใช้ในโรงแรม อาหารที่เสิร์ฟให้ผู้มาพักก็เป็นแนวแนวญี่ปุ่นแท้ๆ เรื่องความปราณีตในการตกแต่งอาหารเรียกได้ว่าสวยไม่กล้ากิน (แต่ก็จัดการเรียบทุกจาน)

เซนได

เซนได

ห่างจากเมืองมารุโมริไปไม่ไกลก็จะถึงหมู่บ้านจิ้งจอกซาโอะ ( Zao Fox Villege) อยู่ในจังหวัดมิยากิ เรียกได้ว่าที่นี่คือเดสทิเนชั่นที่พลาดไม่ได้ เพราะคุณจะได้เจอกับสุนัขจิ้งจอกตัวเป็นๆ มากกว่า 6 สายพันธุ์ ทุกตัวจะได้รับการดูแลและฉีดวัคซีนโดยรัฐบาล เราสามารถเข้าไปเดินลั้ลลาท่ามกลางฝูงสุนัขจิ้งจอกเป็นร้อยๆ ตัว

เซนได

เซนได

โดยน้องจิ้งจอกทั้งหลายจะไม่เข้ามายุ่งกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากนิสัยของสุนัขจิ้งจอกนั้นค่อนข้างขี้อาย และขี้กลัวครับ แต่ทว่าเราก็ต้องปฎิบัติตามกฎข้อบังคับนั่นก็คือห้ามให้อาหาร (นอกจากในที่ ที่จัดไว้ให้) ห้ามเข้าไปจับหรือลูบตัวน้องจิ้งจอก ถ่ายรูปได้แต่ห้ามใช้แฟลช ไม่ถือกระเป๋าหรือเป้ที่มีสายระโยงระยาง เดินชมแบบต่างคนต่างเคารพซึ่งกัน และกัน แล้วจะไม่เกิดปัญหาใดๆ

เซนได

เซนได

ก่อนนั่งรถไฟกลับโตเกียวจะต้องผ่านเข้าเมือง เซนได แนะนำว่าก่อนกลับเมืองไทย ควรไปขอพรเจ้าแม่กวนอิม เซนได ไดคันนน (Sendai Daikannon) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง องค์เจ้าแม่กวนอิมสีขาวบริสุทธิ์ทั้งองค์ยืนสง่าสูงกว่า 100 เมตร ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเทวรูปเจ้าแม่กวนอิมปางค์ต่างๆ ที่หาชมได้ยาก รวมถึงยังมีพระพุทธรูปอื่นๆ อีกถึง 108 องค์

เซนได

เซนได

ใครที่แข็งแรงฟิตๆ หน่อยก็เดินบันไดวนชมความสวยงามได้จนถึงจุดสูงสุดที่ชั้น 12 แต่ถ้าเดินไม่ไหวก็มีลิฟท์ให้บริการครับ ไฮไลท์ในการมาเที่ยวชมเจ้าแม่กวนอิมแห่งเซนไดนี้อยู่ที่ชั้น 4 ชั้นนี้ให้ขอพรเกี่ยวกับความรัก แต่ถ้าใครเลยวัยปัปปี้เลิฟมาแล้วก็เลยไปชั้น 7 ขอพรเกี่ยวกับสุขภาพได้เลยครับ ซึ่งชั้นอื่นๆ ก็จะมีความหมายของการขอพรแตกต่างกันไป

เซนได

เซนได

ส่วนชั้นบนสุดจะมีห้องตรงกลางที่ถือเป็นหัวใจของเจ้าแม่กวนอิม โดยข้างๆ จะมีพระสังกัจจายน์องค์ยืนแกะสลักด้วยไม้ ว่ากันว่าให้เอามือลูบท่านเพื่อขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทอง เรียกว่าถูกใจผมที่สุดในบรรดา 12 ชั้นก็ว่าได้ เจ้าแม่กวนอิมองค์นี้ที่โด่งดังสุดๆ ก็ตอนที่เมืองเซนไดประสบภัยพิบัติแผ่นดิไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ เพราะว่าองค์เจ้าแม่ยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางความวิปโยคของแผ่นดิน ไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ วันที่มาสักการะเห็นนักธุรกิจมาขอพรกันเยอะมาก เพราะเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจมั่นคงดั่งเจ้าแม่กวนอิมที่ผ่านภัยพิบัติมาได้หลายต่อหลายครั้ง

เซนได

เซนได

หนุ่มสาวคู่ใดที่อยู่ในห้วงของความรัก ต้องมาแวะที่หัวใจแห่ง เซนได (Akiu) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมือง แอ่งหินที่ถูกกาลเวลา และธรรมชาติสลักเสลามานานนับร้อยๆ ปีจนมีรูปทรงเป็นหลุมหินรูปหัวใจนี้ เชื่อกันว่าหากมากับคู่รัก ชีวิตคู่ก็จะดำเนินไปด้วยความมั่นคงดั่งหินผา ซึ่งชาวญี่ปุ่นหลายคู่ก็เดินทางมาขอแต่งงานกันที่นี่เพื่อให้หัวใจแห่งเซนไดช่วยเป็นพยานรักหรือบางคนก็จะไปยืนตรงสะพานแล้วโยนเหรียญให้ตกลงในแอ่งหัวใจเพื่อเสี่ยงทายขอพรเรื่องความรักอีกด้วย

เซนได

เซนได

พอมีเรื่องความรักก็ว่ากันต่อเรื่องครอบครัวและลูก ชาวเซนไดเชื่อกันว่าวัดโจกิซัง (Jogi Nyorai Saihoji Temple) มีความศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้สมหวังกับคู่ครอง สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์จะช่วยให้คลอดได้ง่าย ใกล้ๆ วัดนี้จะมีศาลเจ้า (ถ้าหันหน้าเข้าหาวัดทางซ้ายมือจะมีทางเดินเหมือนเดินเข้าป่า) จะมีน้ำธรรมชาติที่ไหลออกมาจากกระบอกไม้ไผ่ และจะมีป้ายเขียนว่า Holy Water ว่ากันว่าถ้าดื่มน้ำจากกระบอกไม้ไผ่นี้แล้วอายุจะยืนยาว

เซนได

เซนได

เดินเลยขึ้นไปอีกนิด จะเจอกับศาลซึ่งเป็นต้นไม้ 2 สายพันธุ์ ที่โตขึ้นมาข้างๆ กันแล้วโน้มเข้าหาเกี่ยวรัดโอบกอดกันอย่างน่าอัศจรรย์ โดยต้นไม้ทั้งสองได้แห้งตายไปแล้ว แต่ทว่ายังโอบกอดกันให้เห็นอยู่เป็นสัญลักษณ์ของความรักตราบชั่วนิรันดร์นั่นเอง ซึ่งที่ตรงนี้ที่ผู้คนมาขอพรเรื่องความรักให้สมหวัง

เซนได

เซนได

เลยลงมาไม่ไกลก็จะมีวัดเล็กๆ อีกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ฝังร่างของโชกุน ดะเตะ มะซะมุเนะ (Date Masamune) ท่านเป็นทั้งไดเมียว และซามูไรที่มีชื่อเสียงมากในด้านการทูตและเทคโนโลยีตะวันตกและเคยได้เขียนจดหมายถึงสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่5 เป็นภาษาละตินอีกด้วย ด้านในจะประดับด้วยโคมที่มีกระดิ่งนับร้อยๆ ใบ เป็นองค์ประกอบที่งดงามอลังการมาก

ออกมาจากวัดจะมีร้านค้าต่างๆ ที่พลาดไม่ได้สำหรับของขึ้นชื่อถิ่นนี้ก็คือ เต้าหู้ยักษ์ทอด ทานเปล่าๆ ก็อร่อยได้ใจ หรือจะราดโชยุก็อร่อยสไตล์ญี่ปุ่น และยังมีน้ำเต้าหู้สดๆ ให้เลือกซื้อดื่มแก้ฝืดคอด้วย เรียกว่าใครมาห้ามพลาดเมนูเต้าหู้ยักษ์นี้นะครับ

เซนได

เซนได

ปิดท้ายทริปเซนไดขอพาทุกท่านไปทานอาหารต้นตำหรับที่สร้างชื่อเสียงให้ที่นี่นั่นก็คือ ลิ้นวัวย่าง แนะนำให้ไปที่ร้าน Kotaro ซึ่งมีชื่อเสียงมากในเซนได เป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อวัวโดยเฉพาะเมนูลิ้นวัวย่างของที่นี่หอม นุ่ม ชุ่มลิ้นจริงๆ แถมเป็นร้านที่คนท้องถิ่นนิยมรับประทาน

ถ้ากำลังอยากหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวงอย่างโตเกียว ขอแนะนำให้ลองมาใช้ชีวิตที่ไม่ยิดติกับนาฬิกาที่เซนไดครับ รับรองไม่ผิดหวัง

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments